บรูไน – ประเทศขนาดเล็ก ที่รายได้ไม่เล็ก

ส่งออกบรูไน

หากเราพูดถึง 10 ประเทศในอาเซียนแล้ว บรูไน อาจจะได้รับความนิยมในหมู่คนไทยเป็นลำดับท้ายๆ เนื่องจากมีจำนวนประชากรไม่มาก ประมาณ 400,000 คนเท่านั้น แต่รายได้ต่อหัวของประชากรทั้งประเทศนั้นมากเป็นอันดับสองของอาเซียน เป็นรองแค่สิงคโปร์ ทำให้บรูไนเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจสำหรับคนไทย และไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง

ภาพรวมของประเทศบรูไน

อย่างที่เกริ่นไปแต่ต้นว่าประชากรของประเทศบรูไนมีทั้งสิ้น 437,000 คน ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าหลายๆ จังหวัดของไทยเรา แต่จำนวนน้อยนี้เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เนื่องจากประชากรทั้งหมด มีอำนาจการจับจ่ายใช้สอยดีมาก เพราะบรูไนเป็นประเทศที่มีรายได้มาจากการค้าน้ำมัน และสามารถขายน้ำมันได้มากพอเลี้ยงดูประชากรในประเทศโดยแทบไม่ต้องทำงาน

ประชาชนบรูไน

ประชาชนของบรูไนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งมีกฎระเบียบเคร่งครัด และมีข้อจำกัดทางวัฒนธรรมอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ก็ยังนิยมอิงรสนิยมแบบตะวันตกในการเลือกซื้อสินค้าบางประเภท

ภาษาทางการของประเทศบรูไนคือ ภาษามาเลย์ ซึ่งทำให้การติดต่อกันระหว่างมาเลเซียนั้น มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก และภูมิประเทศของบรูไนก็ติดกับพรมแดนของมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ซึ่งทำให้มีการค้าขายกับมาเลเซียมากที่สุดนั่นเอง ส่วนภาษาอื่นๆ ที่นิยมพูดกันคือภาษาอังกฤษ ทำให้การติดต่อระหว่างประเทศเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น

สกุลเงินบรูไน

บรูไนใช้เงินสกุลดอลล่าร์บรูไน (Brunei Dollar – BND) ซึ่งกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ (Fix Exchange Rate) ไว้ที่ 1 ดอลล่าร์บรูไน เท่ากับ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (BND 1 = SGD 1)

วัฒนธรรมของบรูไน

การแต่งกายของคนบรูไน จะเน้นการใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย สุภาพสตรีต้องใส่เสื้อผ้ามิดชิด และงดเว้นการใส่สีเหลืองซึ่งเป็นสีของราชวงศ์ หากคุณสุภาพสตรีเดินทางไปบรูไน อาจจะต้องระวังเรื่องการแต่งกายเป็นพิเศษ

เวลาราชการของบรูไน

หน่วยงานราชการของบรูไนจะเปิดทำการวันจันทร์ถึงพฤหัส และวันเสาร์ เวลา 7.45 – 16.30 น. และปิดทำการในวันศุกร์และอาทิตย์

ส่วนภาคเอกชน จะทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ 8.00 – 17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 8.00 – 12.00 น. ธนาคารทำการวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 9.00 – 15.00 น. และ เสาร์ 9.00 – 11.00 น.

มารยาทในการติดต่อทางธุรกิจกับชาวบรูไน

หากเราเป็นชาวต่างชาติที่สนใจจะทำธุรกิจกับชาวบรูไน อาจจะต้องพบปะกันมากกว่า 1 ครั้ง โดยการจับมือทักทาย (hand shake) ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงในการสัมผัสมือกับสุภาพสตรีมุสลิม และไม่ควรติดต่อทำธุรกิจในช่วงถือศีลอด

การรับประทานอาหาร แนะนำไม่ควรทานเนื้อหมู หรือดื่มแอลกอฮอล์ การให้คนบรูไนช่วยเลือกอาหารให้เราเป็นเรื่องทำได้ และที่สำคัญคือห้ามให้ทิปเด็ดขาด

 

โอกาสในการส่งออกบรูไน

ประชากรของบรูไนมีกำลังซื้อสูงมาก แม้จะเป็นชาวมุสลิม แต่ก็นิยมสินค้าของฝั่งตะวันตกเช่นกัน สินค้าน่าสนใจจะเป็นของแบรนด์เนม สินค้าฟุ่มเฟือย เน้นหรูหรา และคุณภาพสินค้าที่ดี

โดยประเทศหลักที่ส่งออกสินค้าไปบรูไน ได้แก่ ประเทศจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร

สินค้าไทยที่มีศักยภาพในการส่งออกบรูไน

  • อาหารและผลิตภัณฑ์

โดยเฉพาะอาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน เช่น อาหารทะเลกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ผักกระป๋อง ผลไม้สด เช่น มะม่วง ทุเรียน และไอศกรีม รวมถึงเครื่องดื่ม เนื่องจากบรูไนยังไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอกับความต้องการบริโภคในประเทศ จึงเป็นโอกาสดีอย่างยิ่ง

สินค้าไทยในหมวดอาหารเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากชาวบรูไนอยู่แล้ว และสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งคือมาตรฐานซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผ่านมาตรฐานฮาลาล

  • ของแต่งบ้าน เพราะที่นี่นิยมแต่งบ้านให้ดูสะท้อนถึงรสนิยม
  • อัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อต้องการแสดงสถานะทางสังคม
  • สปา โดยเฉพาะสปาจากไทย เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
  • วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก สายไฟ เคเบิล เคมีภัณฑ์ ปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำหรับบรูไน
  • สินค้าเกษตร บางประเภทที่น่าสนใจแต่มีการควบคุม เช่น ข้าว และน้ำตาล ซึ่งต้องศึกษากฎระเบียบอย่างดี

หากท่านสนใจส่งออกสินค้าไปประเทศบรูไน หรือประเทศอื่นๆ แต่ยังไม่มีพื้นฐาน สามารถเริ่มต้นด้วยการเข้าร่วมอบรมสัมมนากับสถาบันของเรา สนใจรายละเอียด อ่านที่นี่

 

 

ที่มาข้อมูล

https://www.worldometers.info/population/countries-in-asia-by-population/

https://en.wikipedia.org/wiki/Economy_of_Brunei

 

Similar Posts

  • ตลาดส่งออกจีน – โอกาสที่น่าสนใจสำหรับสินค้าไทยในปี 2025

    ส่งออกจีน, จีนในปี 2025 จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของไทย ทั้งในด้านมูลค่าการค้า ความหลากหลายของสินค้า และโอกาสในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 นี้ แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวบางส่วนจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แต่ก็ยังคงเป็น “ตลาดที่น่าจับตามอง” โดยเฉพาะสำหรับสินค้าไทยที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง บทความนี้จะพาผู้ประกอบการไทยเจาะลึก แนวโน้มตลาดส่งออกจีนในปี 2025, กลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโตสูง และกลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดจีนยุคใหม่ 1. จีนในปี 2025: ชะลอตัวแต่ยังยิ่งใหญ่ ในปี 2025 จีนยังคงเป็น ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ทั้งในแง่การส่งออกและการนำเข้า แม้จะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะชะลอตัวภาคอสังหาริมทรัพย์ การลดการบริโภคภายในประเทศ และนโยบาย Zero-COVID ที่เพิ่งสิ้นสุดไปไม่นาน แต่รัฐบาลจีนได้เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ทั้งหมดนี้คือ “สัญญาณบวก” สำหรับผู้ส่งออกไทยที่รู้จักปรับตัว 2. สินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดจีน 2025 2.1 อาหารและเครื่องดื่ม อาหารไทยยังคงครองใจชาวจีน ทั้งในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย และกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบอาหารเอเชีย การที่ไทยมีระบบรับรองคุณภาพและภาพลักษณ์ที่ดีในด้านอาหารปลอดภัย ถือเป็นแต้มต่อในการเจาะตลาดจีน 2.2 สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ…

  • |

    สิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าหลายประเทศทั่วโลก

    เมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ที่ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้:​ การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ ลดการขาดดุลการค้า และตอบโต้ต่อสิ่งที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากประเทศคู่ค้า ​New York Post ผลกระทบของการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐต่อประเทศไทย: การตอบสนองของไทย: รัฐบาลไทยแสดงความพร้อมที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และหลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบจากมาตรการภาษีดังกล่าว ​ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไทยอาจพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หรือพิจารณาซื้อสินค้า เช่น เครื่องบิน เพื่อสร้างสมดุลทางการค้าและลดความตึงเครียดทางการค้า ​ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งในสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ​AP News สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควรติดตามข่าวสารและการประกาศเพิ่มเติมจากทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และไทย เพื่อประเมินผลกระทบและการตอบสนองที่เหมาะสมต่อไป วิเคราะห์ผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ รวมถึงไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับมหภาค จุลภาค ผู้นำเข้า-ส่งออก และการค้าระหว่างประเทศ 1. ผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาค 1.1 การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth)…

  • การส่งออกสินค้าไทยไปอิหร่าน – โอกาสที่หลายคนมองข้ามในตลาดตะวันออกกลาง

    ส่งออกอิหร่าน, ส่งออกตะวันออกกลาง เมื่อพูดถึงการส่งออกไปยังตะวันออกกลาง หลายคนมักนึกถึงตลาดยอดนิยมอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย หรือกาตาร์ แต่อีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพและยัง “มีคู่แข่งน้อย” ก็คือ อิหร่าน (Iran) ประเทศที่มีประชากรมากกว่า 88 ล้านคน และมีความต้องการสินค้านำเข้าสูงอย่างต่อเนื่อง แม้อิหร่านจะอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรจากบางประเทศ และมีข้อจำกัดในการชำระเงินระหว่างประเทศ แต่หากผู้ส่งออกไทยเข้าใจระบบ เข้าใจวัฒนธรรม และใช้ช่องทางที่ถูกต้อง อิหร่านถือเป็น “ตลาดทางเลือกใหม่” ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ยา อาหารเสริม สมุนไพร และสินค้าฮาลาล 1. รู้จักอิหร่านในฐานะตลาดส่งออก 2. สินค้าไทยที่มีโอกาสในตลาดอิหร่าน ✅ สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ✅ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ✅ สินค้าเพื่อความงามและดูแลร่างกาย ✅ สินค้าทางอุตสาหกรรมเบา 3. ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งออกไปอิหร่าน ❗ ข้อจำกัดจากการคว่ำบาตร อิหร่านยังอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาและบางประเทศในยุโรป ซึ่งส่งผลต่อ: แต่ข่าวดีคือ ไทยยังสามารถส่งออกไปอิหร่านได้ตามปกติ หากใช้วิธีชำระเงินและโลจิสติกส์อย่างเหมาะสม ✅ ช่องทางการชำระเงินที่นิยม 4. ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปอิหร่าน 5. งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับตลาดอิหร่าน…

Leave a Reply