ตลาดสีรุ้ง (LGBT)…Niche Market ที่มิอาจละเลย

LGBT (Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender) หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพ และน่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ ทั้งนี้ จากการประมาณการของ LGBT Capital (บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินซึ่งให้บริการกลุ่ม LGBT เป็นหลัก) พบว่าปัจจุบันมีชาว LGBT อยู่ทั่วโลกราว 450 ล้านคน แม้จะไม่มากเมื่อ

เทียบกับประชากรโลกจำนวน 7,300 ล้านคน แต่การที่กลุ่มผู้บริโภค LGBT มีกำลังซื้อมากถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จึงเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ผลิต สินค้าและบริการต่างเล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มผู้บริโภคชาว LGBT และพยายามขยายตลาดสินค้าของตนไปยังกลุ่มดังกล่าวกันอย่างคึกคัก

ชาว LGBT ส่วนใหญ่มีระดับรายได้ค่อนข้างสูง จากข้อมูลของ Experian Information Solution Inc. พบว่ารายได้ต่อคนต่อปีของชาว LGBT (ชาย) ในสหรัฐฯ สูงกว่ารายได้ต่อคนต่อปีเฉลี่ยของประชกรชาย ทั่วไปราว 800 ดอลลาร์สหรัฐ และรายได้ต่อปีของครอบครัว LGBT (ชาย-ชาย)

โดยเฉลี่ยสูงกว่ารายได้ต่อปีของครอบครัวชาย-หญิงทั่วไปราว 13,400 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ชาว LGBT ส่วนใหญ่ไม่มีบุตร จึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลและเก็บออมเพื่อบุตร ส่งผลให้ชาว LGBT หรือเรียกว่ากลุ่ม “DINK” (Double Income, No Kids) มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยและมีกำลังซื้อสูง จึงทำให้ชาว LGBT เป็นกลุ่ม Niche Market ที่มีศักยภาพสูง

พฤติกรรมการใช้จ่ายที่น่าสนใจของชาว LGBT

  • ชื่นชอบการใช้จ่ายซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงภาพลักษณ์ที่ดูดีเป็นหลัก จึงนิยมใช้ของมีคุณภาพสูงระดับพรีเมียมเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ การที่ชาว LGBT มีรสนิยมเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพสูง ยังส่งผลให้สินค้าที่ชาว LGBT เลือกใช้ มักมีภาพลักษณ์เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี

  • นิยมเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรหรือสนับสนุนชาว LGBT เช่น Coca Cola, Pepsi, GAP, Google, Nike และ Levis ทั้งนี้ Human Rights Campaign หรือ HRC ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้ให้ได้มาซึ่งสิทธิแห่งมนุษยชนของกลุ่ม LGBT จะมีการสำรวจองค์กรธุรกิจต่างๆ ว่ามีการปฏิบัติต่อลูกจ้างที่เป็น LGBT อย่างเสมอภาคกับลูกจ้างอื่นๆ ทั่วไปหรือไม่ พร้อมให้คะแนน และจัดทำคู่มือบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่สนับสนุนชาว LGBT พร้อมคะแนนที่ได้จากการประเมิน โดยสามารถ Download คู่มือได้จาก www.hrc.org หรือจาก Application ใน Smart Phone เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่ม LGBT สะดวกในการตรวจสอบสินค้าและบริการขององค์กรหรือบริษัทดังกล่าว

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ นอกจากนี้ หลายผลิตภัณฑ์นิยมนำธงสีรุ้งมาประดับตกแต่งผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นสัญลักษณ์การสนับสนุนชาว LGBT หรือจัดทำสินค้ารุ่นพิเศษที่แสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับ LGBT มาจำหน่าย

  • นิยมใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง สินค้าเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ความงาม การท่องเที่ยว

การรับประทานอาหาร และการปรับปรุงที่พักอาศัย โดยเฉพาะหลังจากที่หลายประเทศอนุญาตให้มีการแต่งงานของเพศเดียวกันได้ นับเป็นปัจจัยส่งเสริมให้กลุ่ม LGBT ตัดสินใจแต่งงานและสร้างครอบครัวมากขึ้น ดังนั้นสินค้าเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน ของขวัญของชำร่วยของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ จึงได้รับความนิยมจากชาว LGBT เพิ่มขึ้นเช่นกัน

  • นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อคลายเหงา เนื่องจากชาว LGBT ส่วนใหญ่ไม่มีลูก ทำให้หันมาทุ่มเทความรักให้กับสัตว์เลี้ยงแทนการมีบุตร โดยสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยง คือ สุนัข แมว ปลา กระต่าย และนก

โอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ

จากพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของชาว LGBT พบว่า ธุรกิจที่น่าสนใจในการรุกตลาดกลุ่มผู้บริโภค LGBT คือ ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้าเครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์ความงาม และสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงการท่องเที่ยว

ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศที่จัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาว LGBT ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปในตลาด

อาทิ แคนาดา มีการจัดขบวนพาเหรดขนาดใหญ่ของชาว LGBT ในเมืองโทรอนโต ทุกวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งแต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่เมือง ญี่ปุ่น การท่องเที่ยวญี่ปุ่นใส่ชื่อโรงแรมในเขตโตเกียวและเกียวโตที่เป็น LGBT Friendly ใน Website ขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Japan National Tourism Organization) รวมถึงยังมีความร่วมมือระหว่างวัดและโรงแรมออกแคมเปญจัดงานแต่งงานให้กลุ่ม LGBT

สำหรับประเทศไทยที่มีภาพลักษณ์ความเป็นมิตรกับ LGBT จากการประเมินโดยสถาบัน LGBT Capital เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 พบว่า ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวและการเดินทางของชาว LGBT เข้าประเทศถึงปีละ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่าร้อยละ 10 ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย

ข้อพิจารณาในการทำตลาด LGBT

ในการทำตลาด ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษาความต้องการและรสนิยม ของกลุ่มผู้บริโภคอย่างจริงจัง เนื่องจากชาว LGBT มีความหลากหลายสูงทั้งเชื้อชาติ เพศ และวัย นอกจากนี้

ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยงการประชาสัมพันธ์หรือใช้ถ้อยคำที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ประกอบการจะสนับสนุนกลุ่ม LGBT อย่างชัดเจน ก็อาจต้องประเมินถึงผลกระทบด้านลบที่อาจจะเกิดกับสินค้าจากกลุ่มผู้บริโภคที่ยังไม่ยอมรับชาว LGBT ด้วยเช่นกัน

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

สนใจเรียนธุรกิจส่งออก คลิกที่นี่

Similar Posts

  • 5 คุณสมบัติของสินค้าที่ส่งออกได้

    สัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บรรยายแก่ผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องขอขอบคุณอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ให้โอกาสไปบรรยายนะครับ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บรรยายโดยผ่านหน่วยงานราชการ และได้เจอกับผู้ประกอบการที่ทำสินค้าอยู่แล้ว ทำให้ผมได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ รวมถึงสินค้าใหม่ๆ ที่ดูมีศักยภาพมากมาย วันนี้จึงขอนำประสบการณ์ที่ได้พบ มากลั่นกรองและเล่าให้ฟังว่า สินค้าแนวไหนที่เราควรทำส่งออก และสินค้าตัวไหนส่งออกได้

  • 10 แนวโน้มธุรกิจสำคัญในปี 2026

    10 แนวโน้มธุรกิจสำคัญในปี 2026 ที่ผู้ประกอบการ นักนำเข้า–ส่งออก และนักธุรกิจระหว่างประเทศต้องรู้ ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งปีหัวเลี้ยวหัวต่อของระบบเศรษฐกิจโลก หลังจากโลกผ่านช่วงความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากรอย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่อยู่รอดและเติบโตได้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ “ใหญ่ที่สุด” แต่คือธุรกิจที่ ปรับตัวได้เร็วที่สุด บทความนี้จะพาคุณมองภาพรวม 10 แนวโน้มธุรกิจระดับโลกในปี 2026 พร้อมแนวคิดเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ทำธุรกิจ นำเข้า–ส่งออก การค้าระหว่างประเทศ และธุรกิจที่ต้องพึ่งพาตลาดโลก 1. Digital Transformation การใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ Digital Transformation ไม่ใช่แค่การใช้โซเชียลมีเดียหรือขายของออนไลน์อีกต่อไป แต่หมายถึงการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานทั้งระบบ ในปี 2026 ธุรกิจจะเน้น สำหรับธุรกิจนำเข้า–ส่งออกการใช้ดิจิทัลช่วยลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และลดความผิดพลาด เช่น การใช้ระบบจัดการเอกสารศุลกากร การคาดการณ์อุปสงค์สินค้า หรือการบริหารสต๊อกแบบเรียลไทม์ 2. Aging Society สังคมผู้สูงวัย กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ระดับโลก หลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ยุโรป…

  • แนวทางในการทำธุรกิจส่งออกสำหรับมือใหม่

    สวัสดีครับ วันนี้ผมขอพูดเรื่องแนวทางการทำธุรกิจส่งออกนะครับ จากที่เคยเห็นมามีหลายแบบมากครับ ขึ้นอยู่กับ Business Model ของท่านว่าจะถนัดแบบไหน ชอบแบบไหน หรือมีกำลังคนกำลังเงินมากน้อยแค่ไหน ลองดูแนวทางต่างๆ กันเลยนะครับ

  • 6 อุปสรรค ของการเริ่มต้นธุรกิจส่งออก

    เริ่มต้นธุรกิจส่งออก ผมได้รับการติดต่อมากมายหลายในการเริ่มต้นธุรกิจส่งออก หลายๆ คนมีข้อติดขัดบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของคนทั่วๆ ไป ผมเองก็มีข้อสงสัยบางอย่างก่อนเริ่มทำธุรกิจนี้ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ด้วย วันนี้ผมจะขอนำเสนอ 6 คำถามที่พบบ่อย ในการเริ่มต้นธุรกิจส่งออก

  • การเตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจนำเข้าส่งออก

    สิ่งที่ต้องมีก่อนทำธุรกิจนำเข้าส่งออก ในการทำการค้าระหว่างประเทศ สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือความพร้อม ยิ่งเรามีความพร้อมมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรับมือกับความเสี่ยงของธุรกิจได้มากขึ้นเท่านั้น ในการทำธุรกิจนำเข้าส่งออกนั้น ควรดูความพร้อมทั้งหมด ได้แก่

  • 5 วิธีในการเอาชนะธุรกิจจีน

    ในยุคที่ธุรกิจจีนครองเมือง ผู้ส่งออกหลายราย คงถอดใจออกจากธุรกิจ หนีการแข่งขันจากจีน บางรายก็ยอมปรับตัวเปลี่ยนแปลงไม่ให้ธุรกิจจีนเข้ามาแข่งขันมากเกินไป ผมเชื่อว่าต่อให้เราหนีคู่แข่งจากจีนมากยังไงก็หนีไม่พ้น แต่เดี๋ยวก่อน!!! มันไม่ใช่ว่าพอจีนอยากทำอะไรแล้ว จะชนะเราไปซะทุกเรื่อง ถ้าเรามองว่าคนจีนเป็นยักษ์ เราก็มองตัวเราเป็นมด ยักษ์ใช้กำลังในการบดคู่แข่งเอาชนะ แต่มดใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป คนมองเห็นยักษ์แต่ไม่เคยมองเห็นมด (ถ้าตาไม่ดีมากพอ) ดังนั้น ในเมื่อจีนพยายามทำตัวเป็นยักษ์ ธุรกิจอย่างไทยเราก็ต้องทำตัวเป็นมด ผมไม่ได้บอกว่าให้เราลดสเกลในการแข่งขัน แต่เชื่อเถอะว่า สเกลธุรกิจของไทย ไม่ได้กระทบกับการมาของจีนมากเท่าไหร่

Leave a Reply