การส่งเสริมการลงทุน (BOI)

BOI คืออะไร? สรุปสิทธิประโยชน์ภาษีนำเข้าและนิติบุคคลที่คนทำธุรกิจต้องรู้

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายโรงงาน ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก หรือลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ คำว่า BOI คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในด้านอากรศุลกากรและภาษีเงินได้นิติบุคคล

การทำความเข้าใจว่า BOI คืออะไร ให้สิทธิประโยชน์อะไรบ้างแก่ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก และมีเงื่อนไขอย่างไร จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการลงทุนและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

1. BOI คืออะไร?

BOI ย่อมาจาก Board of Investment หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ทั้งการลงทุนจากผู้ประกอบการไทยและการลงทุนจากต่างชาติ (FDI)

เป้าหมายหลักของ BOI คือการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและไม่ใช่ภาษี แก่โครงการลงทุนที่ตรงตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยี การผลิตเพื่อการส่งออก การวิจัยและพัฒนา และบริการโลจิสติกส์

2. สิทธิประโยชน์หลักจาก BOI สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

สิทธิประโยชน์ของ BOI แบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ได้แก่ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากร (Tax Incentives) และ สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษีอากร (Non-Tax Incentives)

2.1 สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากร (Tax Incentives)

  • ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร: นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการส่งเสริมได้โดยไม่ต้องเสียอากรขาเข้า
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบนำเข้าเพื่อการส่งออก: ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อส่งออกเป็นเวลา 1-5 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล: ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึง 13 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภท กิจการ และกลุ่มเทคโนโลยี)

2.2 สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษีอากร (Non-Tax Incentives)

  • การถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน: อนุญาตให้ผู้ประกอบการต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริมได้
  • การนำเข้าช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญ: อำนวยความสะดวกในการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน (Visa & Work Permit) ผ่านศูนย์บริการ One Start One Stop Investment Center (OSOS)
  • การถือนำเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศ: ได้รับความสะดวกในการโอนเงินออกไปต่างประเทศ

3. ความแตกต่างระหว่าง BOI และ Free Zone (เขตปลอดอากร)

ประเด็นเปรียบเทียบBOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน)Free Zone (เขตปลอดอากร)
หน่วยงานผู้อนุมัติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกรมศุลกากร
ขอบเขตสิทธิประโยชน์ครอบคลุมภาษีเงินได้นิติบุคคล, อากรขาเข้าเครื่องจักร/วัตถุดิบ และสิทธิถือครองที่ดินเน้นการยกเว้นอากรขาเข้า, อากรขาออก และ VAT 0%
เงื่อนไขสถานที่ตั้งตั้งโรงงานนอกเขตอุตสาหกรรมได้ (ตามเงื่อนไขที่อนุมัติ)ต้องตั้งโรงงานหรือคลังสินค้าภายในพื้นที่ที่จดทะเบียนเป็น Free Zone เท่านั้น

4. กิจกรรมแบบไหนบ้างที่สามารถขอรับการส่งเสริมจาก BOI ได้?

  • กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร: การแปรรูป農ผลิตผลทางการเกษตรเพื่อส่งออก
  • กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน: กิจกรรมผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วนยานยนต์
  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: การผลิตชิ้นส่วนไฮเทคและอุปกรณ์อัจฉริยะ
  • กลุ่มบริการโลจิสติกส์: กิจกรรมศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ (International Distribution Center – IDC) และคลังสินค้าอัจฉริยะ

สรุป: วางแผนภาษีและสิทธิประโยชน์นำเข้า-ส่งออกกับ Inter Trader Academy

การขอรับสิทธิประโยชน์ BOI ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนภาษีนำเข้าวัตถุดิบเครื่องจักร และสร้างความได้เปรียบในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการระบบบัญชีคุมวัตถุดิบและรายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI อย่างถูกต้อง

หากคุณต้องการเรียนรู้การวางแผนสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร ทั้ง BOI, Free Zone, คลังสินค้าทัณฑ์บน, มาตรา 29 ตลอดจนขั้นตอนพิธีการศุลกากรและการทำเอกสารส่งออก Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

คอร์สเรียนนำเข้าส่งออก

Scroll to Top