เปรียบเทียบ 5 สิทธิประโยชน์ทางศุลกากร Re-Export, Free Zone, Bonded Warehouse, i-EAT, BOI ต่างกันยังไง?

ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก การเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรและการส่งเสริมการลงทุนให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจ คือหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน (Cash Flow) แต่เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการรองรับหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Re-Export, Free Zone, คลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse), i-EAT (กนอ.) และ BOI จึงทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านสับสนว่าควรเลือกใช้สิทธิประโยชน์ประเภทใด

บทความนี้สรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่าง เงื่อนไข และความเหมาะสมของแต่ละสิทธิประโยชน์ เพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

1. ทำความรู้จัก 5 สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรและการลงทุน

  • Re-Export (การส่งกลับออกไป): กระบวนการส่งสินค้าที่นำเข้ามา กลับออกไปนอกประเทศในสภาพเดิม (ไม่ผ่านการแปรรูป) เพื่อขอคืนอากรขาเข้าที่เคยชำระไว้ 90% เหมาะกับกรณีสินค้าไม่ตรงสเปก ชำรุด หรือนำมาพักเพื่อส่งต่อ
  • Free Zone (เขตปลอดอากร): พื้นที่พิเศษที่ยกเว้นอากรขาเข้า อากรขาออก และ VAT 0% สำหรับการนำเข้าวัตถุดิบ/เครื่องจักร เพื่อนำมาผลิต จัดเก็บ หรือกระจายสินค้า โดยถือว่าสินค้านั้นยังไม่อยู่ในราชอาณาจักร
  • Bonded Warehouse (คลังสินค้าทัณฑ์บน): สถานที่ที่ได้รับการอนุมัติให้ ชะลอ (เลื่อน) การชำระภาษีอากร ไว้จนกว่าจะนำสินค้าออกจากคลังเพื่อจำหน่ายในประเทศ หรือหากส่งออกไปต่างประเทศก็ไม่ต้องชำระอากร
  • i-EAT (เขตประกอบการเสรี กนอ.): สิทธิประโยชน์และระบบอนุมัติออนไลน์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำหรับโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมฯ ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าและ VAT 0% พร้อมบริการ One Stop Service
  • BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน): สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนที่เน้นยกเว้น ภาษีเงินได้นิติบุคคล พร้อมสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบเพื่อการผลิตส่งออก โดยไม่จำกัดว่าจะตั้งโรงงานอยู่ที่ใด

2. ตารางเปรียบเทียบ Re-Export / Free Zone / Bonded Warehouse / i-EAT / BOI

ประเด็นเปรียบเทียบRe-ExportFree ZoneBonded Warehousei-EAT (กนอ.)BOI
หน่วยงานหลักกรมศุลกากรกรมศุลกากรกรมศุลกากรกนอ. + ศุลกากรBOI + ศุลกากร
กลไกด้านภาษีขอคืนอากร 90% หลังส่งออกยกเว้น อากรและ VAT 0%ชะลอ การจ่ายอากรยกเว้น อากรและ VAT 0%ยกเว้น อากร + ภาษีเงินได้
ข้อจำกัดสถานที่ไม่จำกัดสถานที่ต้องอยู่ในพื้นที่ Free Zoneต้องในพื้นที่คลังทัณฑ์บนต้องอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไม่จำกัด (ขึ้นกับโครงการ)
การแปรรูปสินค้าห้ามแปรรูป (สภาพเดิม)ทำได้ (ผลิต/ประกอบ/คัดแยก)ทำได้เฉพาะประเภทคลังทำได้ (โรงงานในนิคมฯ)ทำได้ (ตามโครงการที่ขอ)
สิทธิประโยชน์อื่นไม่มีผ่อนผันมาตรฐานควบคุมไม่มีถือครองที่ดิน/วีซ่าต่างชาติยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

3. เลือกสิทธิประโยชน์อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจคุณ?

  • เลือก Re-Export: เมื่อนำเข้าสินค้ามาแล้วเจอสินค้าเสีย ไม่ตรงสเปก หรือเป็นสินค้า Transit ที่ต้องส่งกลับออกไปทันทีโดยไม่แปรรูป
  • เลือก Free Zone: เหมาะกับศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ (Logistics Hub) หรือโรงงานที่นำเข้าวัตถุดิบมาแปรรูปเพื่อส่งออก 100%
  • เลือก Bonded Warehouse: เหมาะกับธุรกิจนำเข้าเพื่อรอจำหน่ายในประเทศ ที่ต้องการชะลอการจ่ายภาษีเพื่อรักษาสภาพคล่อง นำสินค้าออกเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น
  • เลือก i-EAT: เหมาะกับผู้ประกอบการที่ต้องการตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ต้องการความสะดวกเรื่องที่ดิน วีซ่าช่างต่างชาติ และสิทธิภาษีแบบครบวงจร
  • เลือก BOI: เหมาะกับธุรกิจผลิตหรือบริการที่ใช้เทคโนโลยีสูง ต้องการสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และไม่ได้จำกัดว่าต้องอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม

สรุป: วางแผนสิทธิประโยชน์ศุลกากรอย่างมืออาชีพกับ Inter Trader Academy

สิทธิประโยชน์ทางศุลกากรทั้ง 5 รูปแบบมีจุดเด่นและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน การเลือกใช้สิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องและผสมผสานกันอย่างลงตัว จะช่วยลดต้นทุนภาษีได้อย่างมหาศาลและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับสากล

หากคุณต้องการเรียนรู้การวางแผนสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร การเปรียบเทียบเชิงลึก ตลอดจนขั้นตอนพิธีการศุลกากรและการนำเข้า-ส่งออกอย่างครบวงจร Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

คอร์สเรียนนำเข้าส่งออก

Scroll to Top