หากพูดถึงตลาดส่งออกในอาเซียน หลายคนอาจนึกถึงเวียดนาม อินโดนีเซีย หรือมาเลเซียเป็นอันดับแรก แต่ ฟิลิปปินส์ ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้ากลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม
ข้อมูลการค้าล่าสุดสะท้อนว่าฟิลิปปินส์เป็นตลาดที่มีความต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในระดับสูง โดยในปี 2025 ฟิลิปปินส์มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากไทยประมาณ 7.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร พลาสติก เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย น้ำตาล เครื่องดื่ม และอาหารแปรรูป
ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหา ตลาดส่งออกใหม่ในอาเซียน ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดที่ควรศึกษาอย่างจริงจัง
ทำไมตลาดส่งออกฟิลิปปินส์จึงน่าสนใจ?
ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีลักษณะตลาดที่แตกต่างจากประเทศไทยพอสมควร
สิ่งที่น่าสนใจคือฟิลิปปินส์ยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก โดยข้อมูล Philippine Statistics Authority ระบุว่าในปี 2025 ฟิลิปปินส์มีมูลค่าการนำเข้าสินค้ารวมประมาณ 133.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.7% จากปี 2024
และแนวโน้มในปี 2026 ก็ยังเห็นการเติบโตของการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2026 ฟิลิปปินส์มีมูลค่านำเข้ารวม 63.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ฟิลิปปินส์ไม่ใช่เพียงตลาดผู้บริโภค แต่ยังเป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้า วัตถุดิบ เครื่องจักร และสินค้าสำหรับภาคธุรกิจจำนวนมาก
สินค้าอะไรน่าส่งออกไปฟิลิปปินส์?
การเลือกสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ไม่ควรดูเพียงว่า “สินค้านี้ขายดีในไทย” แต่ควรพิจารณาว่า ตลาดฟิลิปปินส์มีความต้องการสินค้าประเภทนั้นหรือไม่ และไทยมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน คุณภาพ หรือแบรนด์หรือไม่
กลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ ได้แก่
1. อาหารและอาหารแปรรูป
อาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ เนื่องจากประเทศไทยมีความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูป
ตัวอย่างเช่น
- อาหารสำเร็จรูป
- ซอสและเครื่องปรุง
- ขนมขบเคี้ยว
- อาหารแปรรูป
- ผลไม้แปรรูป
- เครื่องดื่ม
- ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม อาหารเป็นสินค้าที่ต้องตรวจสอบกฎระเบียบก่อนส่งออก เพราะผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าในฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย Philippine FDA มีระบบใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึง Certificate of Product Registration หรือ CPR สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในขอบเขตการกำกับดูแล
ดังนั้น การมีสินค้าอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบเรื่อง ฉลาก ส่วนประกอบ การขึ้นทะเบียน และเอกสารนำเข้า ให้ครบถ้วนด้วย
2. เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
เครื่องสำอางและสินค้าดูแลตัวเองก็เป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาส โดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดขายชัดเจน เช่น Natural, Herbal, Premium หรือสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม
ผู้ประกอบการควรศึกษากฎระเบียบของ Philippine FDA ก่อน เพราะเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ภายใต้ระบบกำกับดูแลของ FDA เช่นกัน
3. สินค้าอุปโภคบริโภค
สินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยมีโอกาสในตลาดฟิลิปปินส์ หากสามารถแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และการสร้างแบรนด์ได้
ตัวอย่างเช่น
- ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
- ของใช้ภายในบ้าน
- ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล
- สินค้าไลฟ์สไตล์
- สินค้าเพื่อสุขภาพ
จุดสำคัญคือควรศึกษากลุ่มลูกค้าและช่องทางจำหน่ายในฟิลิปปินส์ก่อน ไม่ควรเริ่มจากการส่งสินค้าออกไปจำนวนมากโดยยังไม่มีคู่ค้า
4. รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
กลุ่มยานยนต์เป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากไทย โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่าฟิลิปปินส์นำเข้ายานยนต์จากไทยในหมวดที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่าประมาณ 2.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้จำหน่ายอะไหล่ และผู้ประกอบการใน Supply Chain ยานยนต์
5. เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม
ฟิลิปปินส์ยังมีความต้องการนำเข้าเครื่องจักรและสินค้าทุน โดยในปี 2025 การนำเข้าจากไทยในหมวดเครื่องจักรมีมูลค่าประมาณ 685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับผู้ประกอบการ B2B สินค้ากลุ่มนี้อาจมีโอกาสมากกว่าการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสามารถขายโดยเน้นประสิทธิภาพ คุณภาพ บริการหลังการขาย และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ตลาดฟิลิปปินส์เหมาะกับผู้ส่งออกไทยหรือไม่?
คำตอบคือ เหมาะ แต่ต้องเลือกสินค้าและตลาดย่อยให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการไม่ควรมองฟิลิปปินส์เป็นตลาดเดียวทั้งประเทศ แต่ควรแบ่งตลาดตามประเภทลูกค้า เช่น
B2B ผู้ผลิต โรงงาน ผู้นำเข้า Distributor ตัวแทนจำหน่าย และผู้ค้าส่ง
B2C ผู้บริโภคทั่วไป ร้านค้า Modern Trade และช่องทาง E-Commerce
Specialized Market อาหาร เครื่องสำอาง สินค้าเพื่อสุขภาพ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร และสินค้าเฉพาะทาง
การเลือกตลาดย่อยจะช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถกำหนดสินค้า ราคา ช่องทางขาย และคู่ค้าได้แม่นยำขึ้น
สิ่งที่ต้องระวังก่อนส่งออกไปฟิลิปปินส์
แม้ตลาดจะมีโอกาส แต่การส่งออกไปฟิลิปปินส์ไม่ได้หมายความว่าเพียงหาลูกค้าแล้วสามารถส่งสินค้าได้ทันที สิ่งที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่
1. HS Code ต้องรู้ว่าสินค้าของเราจัดอยู่ในพิกัดศุลกากรใด เพราะมีผลต่อภาษีและมาตรการนำเข้า
2. อัตราภาษีและสิทธิประโยชน์ทางการค้า ไทยและฟิลิปปินส์อยู่ในกรอบความร่วมมือทางการค้าของอาเซียน รวมถึง RCEP ดังนั้นควรตรวจสอบว่าสินค้าของเราสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้หรือไม่
3. Import Requirements สินค้าบางประเภทอาจต้องมีใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน หรือเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานของฟิลิปปินส์
4. Labeling
โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าควบคุม ต้องตรวจสอบข้อกำหนดด้านฉลากก่อนผลิตเพื่อส่งออก
5. ผู้นำเข้าในฟิลิปปินส์
ควรตรวจสอบว่าคู่ค้าสามารถดำเนินพิธีการนำเข้าและปฏิบัติตามกฎระเบียบของสินค้าได้จริงหรือไม่
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะสินค้าบางประเภท เช่น อาหารและสินค้าสุขภาพ มีข้อกำหนดของ Philippine FDA โดยผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลต้องปฏิบัติตามระบบใบอนุญาตและการอนุมัติผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
วิธีเริ่มต้นส่งออกไปฟิลิปปินส์สำหรับมือใหม่
หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยส่งออกไปฟิลิปปินส์ แนะนำให้เริ่มจาก 6 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: เลือกสินค้าที่มีศักยภาพ
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบ HS Code และกฎระเบียบ
ขั้นตอนที่ 3: วิเคราะห์คู่แข่งและราคาตลาด
ขั้นตอนที่ 4: ค้นหาผู้นำเข้า Distributor หรือตัวแทนจำหน่าย
ขั้นตอนที่ 5: ทดลองส่งออกในปริมาณที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 6: ประเมินยอดขายและพัฒนาตลาดก่อนเพิ่มปริมาณ
สิ่งสำคัญคือ อย่าเริ่มจากการผลิตจำนวนมากแล้วค่อยหาตลาด แต่ควรเริ่มจากการศึกษาตลาด → ตรวจสอบกฎระเบียบ → หาคู่ค้า → ทดสอบตลาด → แล้วจึงขยายยอดขาย
สรุป: ตลาดส่งออกฟิลิปปินส์ยังมีโอกาสสำหรับสินค้าไทย
ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในตลาดอาเซียนที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตามอง เนื่องจากมีมูลค่าการนำเข้าสูง และยังมีความต้องการทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอาหาร เครื่องสำอาง ยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องจักร และสินค้าอุตสาหกรรม
ที่สำคัญ การส่งออกไปฟิลิปปินส์ไม่ควรพิจารณาเพียงว่า “สินค้านี้ขายได้หรือไม่” แต่ต้องวิเคราะห์ทั้ง Demand + Competition + Regulation + Tariff + Logistics + Partner
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหา ตลาดส่งออกใหม่ ฟิลิปปินส์จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาสินค้าและกฎระเบียบอย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูลการค้าในปี 2026 ยังแสดงให้เห็นว่าการนำเข้าของฟิลิปปินส์มีการขยายตัว โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 มูลค่านำเข้าสินค้าอยู่ที่ 13.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
ตลาดฟิลิปปินส์จึงไม่ใช่เพียงตลาดสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีสินค้าที่แตกต่างและสามารถเลือกตลาดย่อยได้อย่างเหมาะสม ก็มีโอกาสเข้าไปสร้างตลาดได้เช่นกัน


