ในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ การกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า หรือ Incoterms (International Commercial Terms) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง หนึ่งในเงื่อนไขที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดสำหรับการขนส่งทางทะเลคือ “CFR”
บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า CFR คืออะไร การแบ่งภาระหน้าที่ และสิ่งที่ผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังในการใช้งานเงื่อนไขนี้

1. CFR คืออะไร?
CFR ย่อมาจาก Cost and Freight (ระบุท่าเรือปลายทาง เช่น CFR Tokyo Port, Japan) คือ ข้อตกลงการส่งมอบสินค้าตาม Incoterms ที่ใช้เฉพาะ การขนส่งทางทะเลและทางส่งน้ำภายในประเทศเท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไข CFR ผู้ขาย (Exporter) จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำพิธีการศุลกากรขาออก ค่าขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือต้นทาง และ จ่ายค่าระวางเรือ (Ocean Freight) เพื่อส่งสินค้าไปจนถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุไว้
อย่างไรก็ตาม จุดโอนความเสี่ยง (Risk Transfer) จะเกิดขึ้นทันทีที่สินค้าถูกยกข้ามกาบเรือหรือวางบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง ซึ่งหมายความว่า ความเสี่ยงจากการสูญหายหรือเสียหายระหว่างทางจะตกเป็นของผู้ซื้อ (Importer) ทันทีที่เรือออกจากท่าต้นทาง
2. ตารางสรุปการแบ่งภาระหน้าที่ภายใต้เงื่อนไข CFR
| รายการ / ขั้นตอน | ผู้ขาย (Exporter) | ผู้ซื้อ (Importer) |
| ค่าสินค้า & ค่าบรรจุภัณฑ์ | รับผิดชอบ | – |
| พิธีการศุลกากรขาออก (Export Customs) | รับผิดชอบ | – |
| ค่าขนส่งไปยังท่าเรือต้นทาง | รับผิดชอบ | – |
| ค่าระวางเรือ (Ocean Freight) | รับผิดชอบ | – |
| ประกันภัยการขนส่ง (Cargo Insurance) | ไม่ได้บังคับ (ผู้ซื้อควรซื้อเอง) | รับผิดชอบ (หากต้องการความคุ้มครอง) |
| พิธีการศุลกากรขาเข้า (Import Customs) | – | รับผิดชอบ |
| ค่าขนส่งจากท่าเรือปลายทางไปโรงงาน | – | รับผิดชอบ |
3. ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง CFR และ CIF
หลายคนมักสับสนระหว่าง CFR (Cost and Freight) และ CIF (Cost, Insurance and Freight) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันเกือบทั้งหมด ต่างกันเพียงประเด็นเดียวคือ “ประกันภัยการขนส่งสินค้า (Insurance)”
- CFR: ผู้ขายจ่ายเฉพาะค่าสินค้าและค่าระวางเรือ ผู้ขาย ไม่มีหน้าที่ ต้องทำประกันภัยการขนส่งให้ผู้ซื้อ (ผู้ซื้อต้องพิจารณาซื้อประกันภัยเองเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างเดินทาง)
- CIF: ผู้ขายต้องจ่ายค่าสินค้า ค่าระวางเรือ รวมถึงจัดทำประกันภัยการขนส่ง (Insurance) ให้แก่ผู้ซื้อด้วย
4. ข้อควรระวังในการใช้งานเงื่อนไข CFR
- จุดโอนความเสี่ยงกับจุดจ่ายเงินไม่ใช่อยู่ที่เดียวกัน: แม้ผู้ขายจะจ่ายค่าขนส่งไปจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่ความเสี่ยงโอนไปหาผู้ซื้อตั้งแต่สินค้าลงเรือ ณ ท่าต้นทางแล้ว ดังนั้นผู้ซื้อควรรีบจัดทำประกันภัย (Marine Cargo Insurance) ทันที
- ไม่เหมาะกับการขนส่งแบบตู้คอนเทนเนอร์ (CY/CY): หากเป็นการส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องส่งมอบ ณ ลานตู้ (Container Yard) ทาง ICC แนะนำให้ใช้เงื่อนไข CPT (Carriage Paid To) แทน
- การตกลงค่าใช้จ่าย ณ ท่าเรือปลายทาง (THC): ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าค่าบริการที่ท่าเรือปลายทาง (Terminal Handling Charge – DTHC) ใครเป็นผู้ชำระ เพื่อป้องกันข้อพิพาทเมื่อสินค้าถึงท่าปลายทาง
สรุป: จัดการ Incoterms อย่างโปรอาชีพกับ Inter Trader Academy
การเลือกใช้เงื่อนไข CFR ให้ถูกต้องจะช่วยให้การเจรจาการค้าเป็นไปอย่างราบรื่นและลดข้อขัดแย้งเรื่องค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจำเป็นต้องคำนวณต้นทุนการขนส่ง พิธีการศุลกากร และความเสี่ยงในการทำประกันภัยอย่างรอบคอบ
หากคุณต้องการเรียนรู้การใช้งาน Incoterms ทุกรูปแบบ การคำนวณต้นทุนราคาส่งออก การทำเอกสารการค้า และพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

