CIF คืออะไร สรุปเงื่อนไข Incoterms การแบ่งภาระค่าใช้จ่ายและประกันภัยสินค้า
ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกทางทะเล หนึ่งในเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคู่กับ CFR คือ “CIF” ซึ่งเป็นตัวย่อที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทุกคนต้องเจอในใบเสนอราคา (Quotation) และสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ
บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกว่า CIF คืออะไร มีโครงสร้างภาระหน้าที่อย่างไร และมีความแตกต่างจากเงื่อนไขอื่นอย่างไรบ้าง

1. CIF คืออะไร?
CIF ย่อมาจาก Cost, Insurance and Freight (ระบุท่าเรือปลายทาง เช่น CIF Hamburg Port, Germany) เป็นข้อตกลงการส่งมอบสินค้าตาม Incoterms ที่ใช้สำหรับการขนส่งทางทะเลและทางส่งน้ำภายในประเทศเท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไข CIF ผู้ขาย (Exporter) มีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
- Cost: ค่าสินค้าและค่าทำพิธีการศุลกากรขาออก
- Insurance: ค่ากรมธรรม์ประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo Insurance)
- Freight: ค่าระวางเรือขนส่งสินค้าไปจนถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุ
อย่างไรก็ตาม จุดโอนความเสี่ยง (Risk Transfer) จะเกิดขึ้นตั้งแต่สินค้าถูกยกขึ้นบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง (เหมือนกับเงื่อนไข FOB และ CFR) หมายความว่า หากเกิดความเสียหายระหว่างทางทะเล ผู้ซื้อต้องเป็นผู้เรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยเองโดยใช้กรมธรรม์ที่ผู้ขายจัดหาไว้ให้
2. ตารางสรุปการแบ่งภาระหน้าที่ภายใต้เงื่อนไข CIF
| รายการ / ขั้นตอน | ผู้ขาย (Exporter) | ผู้ซื้อ (Importer) |
| ค่าสินค้า & ค่าบรรจุภัณฑ์ | รับผิดชอบ | – |
| พิธีการศุลกากรขาออก (Export Customs) | รับผิดชอบ | – |
| ค่าขนส่งไปยังท่าเรือต้นทาง | รับผิดชอบ | – |
| ค่าระวางเรือ (Ocean Freight) | รับผิดชอบ | – |
| ประกันภัยการขนส่ง (Cargo Insurance) | รับผิดชอบ (ต้องซื้อประกันให้ผู้ซื้อ) | – |
| พิธีการศุลกากรขาเข้า (Import Customs) | – | รับผิดชอบ |
| ค่าขนส่งจากท่าเรือปลายทางไปโรงงาน | – | รับผิดชอบ |
3. ข้อแตกต่างระหว่าง CIF vs CFR vs FOB
| เงื่อนไข | ค่าระวางเรือ (Freight) | ประกันภัย (Insurance) | จุดโอนความเสี่ยง |
| FOB | ผู้ซื้อจ่าย | ผู้ซื้อจ่าย (ถ้าต้องการ) | บนเรือ ณ ท่าต้นทาง |
| CFR | ผู้ขายจ่าย | ผู้ซื้อจ่าย (ถ้าต้องการ) | บนเรือ ณ ท่าต้นทาง |
| CIF | ผู้ขายจ่าย | ผู้ขายจ่าย | บนเรือ ณ ท่าต้นทาง |
4. ข้อควรระวังและเทคนิคการใช้งานเงื่อนไข CIF
- ระดับความคุ้มครองของประกันภัย: ตามมาตรฐาน Incoterms ผู้ขายมีหน้าที่จัดหาประกันภัยขั้นต่ำ (Institute Cargo Clauses C – ICC C) เท่านั้น หากผู้ซื้อต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า (เช่น ICC A) ต้องตกลงกับผู้ขายล่วงหน้า
- การระบุผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์: ผู้ขายต้องสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย (Endorse) ส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถนำไปเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันในประเทศปลายทางได้ทันทีหากเกิดอุบัติเหตุ
- ไม่เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์: หากเป็นการส่งมอบสินค้าแบบตู้คอนเทนเนอร์ผ่าน Container Yard (CY) สภาการค้าระหว่างประเทศ (ICC) แนะนำให้ใช้เงื่อนไข CIP (Carriage and Insurance Paid To) แทน
สรุป: จัดการ Incoterms และสิทธิประโยชน์การค้ากับ Inter Trader Academy
การเลือกใช้เงื่อนไข CIF ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้นำเข้าที่ไม่ต้องการยุ่งยากเรื่องการจัดหาเรือและประกันภัย แต่สำหรับผู้ส่งออก การคำนวณเบี้ยประกันและค่าระวางเรือที่ถูกต้องถือเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องกำไรของธุรกิจ
หากคุณต้องการเรียนรู้เทคนิคการคำนวณราคาส่งออก CIF/CFR/FOB การทำเอกสารการค้า การเลือกซื้อประกันภัยการขนส่ง และพิธีการศุลกากรอย่างมืออาชีพ Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

