ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศฝั่งขาเข้า (Import Logistics) เมื่อสินค้าเดินทางมาถึงท่าเรือหรือคลังสินค้าปลายทางแล้ว ผู้นำเข้าไม่สามารถเดินเข้าไปยกสินค้าออกมาได้ทันที แม้จะมีใบขนสินค้าที่ผ่านพิธีการศุลกากรแล้วก็ตาม เพราะเอกสารด่านสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการรับสินค้าคือ Delivery Order (D/O) หรือ ใบสั่งปล่อยสินค้า

บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า Delivery Order คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร มีขั้นตอนการแลกเปลี่ยนเอกสารอย่างไร เพื่อให้การนำเข้าสินค้าของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น
1. Delivery Order (D/O) คืออะไร?
Delivery Order (D/O) หรือ ใบสั่งปล่อยสินค้า คือ เอกสารออกโดย สายการเรือ (Shipping Line), สายการบิน (Airlines) หรือ ตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Freight Forwarder) เพื่อสั่งการและมอบอำนาจให้แก่ผู้ดูแลคลังสินค้า ท่าเรือ หรือท่าบรรจุตู้สินค้า (ICD / Port Terminal) ปล่อยสินค้าตามรายการที่ระบุให้แก่ ผู้นำเข้า หรือ ตัวแทนออกของ (Shipping Agent) ที่เป็นผู้ถือเอกสารฉบับนี้
พูดง่ายๆ D/O ก็คือ “ตั๋วแลกของ” ที่สายเรือหรือ Forwarder ออกให้เพื่อยืนยันว่า ผู้นำเข้าได้ทำการชำระค่าระวางเรือ ค่าธรรมเนียมท้องถิ่น (Local Charges) และคืนเอกสารสิทธิ์ครบถ้วนแล้ว พร้อมที่จะรับสินค้าออกจากท่าเรือได้
2. ความแตกต่างระหว่าง Bill of Lading (B/L) กับ Delivery Order (D/O)
ผู้นำเข้ามือใหม่หลายคนมักสับสนระหว่าง B/L และ D/O ซึ่งทำหน้าที่ต่างกันในกระบวนการส่งมอบดังนี้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Bill of Lading (B/L) | Delivery Order (D/O) |
| ผู้ออกเอกสาร | สายเรือ/Forwarder ต้นทาง (Origin Port) | สายเรือ/Forwarder ปลายทาง (Destination Port) |
| บทบาทหลัก | เอกสารสัญญาขนส่งและตราสารแสดงสิทธิ์ในสินค้า | เอกสารสั่งการให้คลังสินค้าปล่อยของ |
| สถานที่ใช้งาน | ยื่นให้สายเรือ/Forwarder เพื่อขอแลก D/O | ยื่นให้เจ้าหน้าที่คลังสินค้า/ท่าเรือเพื่อยกของลงรถ |
3. ขั้นตอนการขอแลกใบสั่งปล่อยสินค้า (D/O Process)
[1. สินค้าถึงท่าเรือ] ➔ [2. ยื่น B/L + ชำระค่าธรรมเนียม] ➔ [3. รับเอกสาร D/O] ➔ [4. ยื่น D/O รับสินค้าออกจากท่า]
- รับแจ้งสินค้าถึงปลายทาง (Arrival Notice): สายเรือหรือ Forwarder ปลายทางจะส่ง Arrival Notice มาแจ้งผู้นำเข้าก่อนสินค้าถึงท่า 2–3 วัน พร้อมแจ้งยอดค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ (Local Charges เช่น THC, D/O Fee, Container Deposit)
- ยื่นเอกสารสิทธิ์และชำระเงิน: ผู้นำเข้าหรือ Shipping นำใบ Bill of Lading (B/L) ฉบับจริง (หรือใช้ Surrendered B/L / Express Release) ไปยื่นต่อสายเรือ/Forwarder พร้อมชำระค่าธรรมเนียมปลายทางทั้งหมด
- รับใบสั่งปล่อยสินค้า (D/O Issuance): เมื่อสายเรือตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว จะทำการประทับตราอนุมัติและออกเอกสาร Delivery Order (D/O) ให้แก่นำเข้า
- นำ D/O ไปรับสินค้า: Shipping นำใบ D/O พร้อมเอกสารใบขนสินค้าขาออก/ขาเข้าที่ผ่านพิธีการศุลกากร (Customs Clearance) แล้ว ไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ท่าเรือ/คลังสินค้า เพื่อทำการปล่อยตู้สินค้าและขนย้ายออกไป
4. ข้อควรระวังสำหรับผู้นำเข้าเกี่ยวกับเอกสาร D/O
- วันหมดอายุของ D/O (D/O Validity): เอกสาร D/O มีการกำหนดวันหมดอายุตามระยะเวลาการวางตู้ หากนำสินค้าออกไม่ทันตามวันที่ระบุใน D/O ผู้นำเข้าจะต้องนำ D/O กลับไปขอขยายเวลา (Re-validate D/O) และเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
- ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ณ ท่าเรือ (Demurrage & Detention): หากการแลก D/O ล่าช้า อาจทำให้ตู้สินค้าค้างอยู่ที่ท่าเรือเกินระยะเวลาฟรี (Free Time) จนเกิดค่าปรับ Demurrage & Detention Charges
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล: ข้อมูลใน D/O เช่น จำนวนแพ็กเกจ น้ำหนัก หมายเลขตู้สินค้า (Container No.) และตราสัญลักษณ์ (Seal No.) ต้องตรงกับ B/L และใบขนสินค้าศุลกากร 100%
สรุป: ดำเนินพิธีการนำเข้าอย่างมืออาชีพกับ Inter Trader Academy
เอกสาร Delivery Order (D/O) คือกุญแจสำคัญด่านสุดท้ายในการนำสินค้าเข้าสู่ประเทศ การเข้าใจขั้นตอน ค่าธรรมเนียม และการเตรียมเอกสารอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้นำเข้าประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงค่าปรับซ่อนเร้น ณ ท่าเรือได้อย่างมหาศาล
หากคุณต้องการเรียนรู้เรื่องพิธีการศุลกากรขาเข้า-ขาออก, เอกสารการขนส่งสินค้า (B/L, D/O, Invoice), เงื่อนไข Incoterms และการบริหารโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง
