ขั้นตอนการนำเข้าอาหาร

ขั้นตอนการนำเข้าอาหาร สรุปครบทุกขั้นตอน มือใหม่ทำตามได้ทันที

ธุรกิจนำเข้าอาหาร เครื่องดื่ม และวัตถุดิบประกอบอาหารจากต่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงและน่าสนใจอย่างมากในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาหารเป็นสินค้าที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค กรมศุลกากรและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงกำหนดกฎระเบียบและขั้นตอนในการควบคุมการนำเข้าที่เข้มงวด

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นนำเข้าอาหารอย่างถูกต้องและราบรื่น การศึกษา ขั้นตอนการนำเข้าอาหาร ตั้งแต่การขอใบอนุญาตสถานที่ การขออนุญาตตัวผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงพิธีการศุลกากร ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาการถูกกักสินค้าที่ด่านศุลกากร

1. การขอใบอนุญาตนำเข้าอาหารและสถานที่เก็บอาหาร (อย.)

ก่อนที่จะสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตเกี่ยวกับสถานที่และผู้ประกอบการกับทาง อย. เสียก่อน:

  • ขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (แบบ อ.7 หรือ อ.6): ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ณ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  • จัดเตรียมสถานที่เก็บรักษาอาหาร: ต้องมีสถานที่เก็บอาหารที่ได้มาตรฐานความสะอาดและถูกสุขลักษณะตามเกณฑ์ที่ อย. กำหนด และต้องผ่านการตรวจประเมินสถานที่
  • ลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร: ลงทะเบียนในระบบ e-Customs ของกรมศุลกากรเพื่อใช้ในการผ่านด่าน

2. การขอขึ้นทะเบียนและตรวจรับรองผลิตภัณฑ์อาหาร

เมื่อได้ใบอนุญาตนำเข้าแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการขึ้นทะเบียนตัวผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละรายการ (SKU) ที่ต้องการนำเข้า:

  • ตรวจสอบประเภทอาหาร: เช็คว่าอาหารที่จะนำเข้าจัดอยู่ในประเภทใด เช่น อาหารควบคุมเฉพาะ, อาหารที่ต้องมีฉลาก, หรืออาหารทั่วไป
  • จัดเตรียมเอกสารสูตรและส่วนประกอบ: ขอเอกสารแสดงสูตรส่วนประกอบ (Ingredient List) และกระบวนการผลิต (Flowchart) จากผู้ผลิตต่างประเทศ
  • จัดทำฉลากภาษาไทย: ออกแบบและยื่นขออนุมัติฉลากอาหารภาษาไทยตามข้อกำหนดของ อย. เพื่อติดบนบรรจุภัณฑ์ก่อนการวางจำหน่าย
  • ขอใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร / เลขสารบบอาหาร (เลข อย.): ยื่นขอเลข อย. สำหรับอาหารแต่ละรายการผ่านระบบ LPI (Licensing Prior to Import)

3. การจัดเตรียมเอกสารการนำเข้าจากต่างประเทศ

ก่อนสินค้าจะเดินทางมาถึงประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องประสานงานกับผู้ขายต่างประเทศ (Exporter) เพื่อจัดเตรียมเอกสารสำคัญดังนี้:

ชื่อเอกสารวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
Commercial Invoiceใบกำกับสินค้า แสดงรายละเอียด ราคาสินค้า และเงื่อนไขส่งมอบ (Incoterms)
Packing Listใบรายการบรรจุภัณฑ์ แสดงจำนวนกล่อง น้ำหนัก และขนาด
Bill of Lading (B/L) / AWBใบตราส่งสินค้าทางเรือ หรือทางอากาศ
Certificate of Free Sale / Health Certificateใบรับรองการจำหน่ายอย่างเสรี หรือใบรับรองสุขอนามัย ออกโดยหน่วยงานรัฐประเทศผู้ผลิต
Certificate of Analysis (COA)ใบรับรองผลการวิเคราะห์คุณภาพอาหารทางห้องปฏิบัติการจากผู้ผลิต
Certificate of Origin (C/O)หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีนำเข้า (FTA)

4. พิธีการศุลกากรขาเข้าและการตรวจปล่อยสินค้า (Import Customs Clearance)

เมื่อสินค้าเดินทางมาถึงท่าเรือหรือท่าอากาศยานในประเทศไทย ขั้นตอนการผ่านด่านจะดำเนินการดังนี้:

  1. ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration): ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ e-Customs ของกรมศุลกากร
  2. ผ่านการตรวจสอบจากด่านอาหารและยา (ด่าน อย.): เจ้าหน้าที่ อย. ณ ด่านนำเข้าจะทำการตรวจสอบเอกสาร COA, Health Certificate, เลข อย. และอาจทำการสุ่มตรวจตัวอย่างสินค้า
  3. ชำระภาษีอากรนำเข้าและ VAT: ชำระภาษีตามพิกัดอัตราอากรศุลกากร (HS Code) และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. ตรวจปล่อยสินค้า (Customs Release): เมื่อผ่านการตรวจปล่อยแล้ว จึงจะสามารถขนย้ายสินค้าไปยังคลังสินค้าเพื่อปิดฉลากภาษาไทยและกระจายสู่ตลาดต่อไป

สรุป: เริ่มต้นนำเข้าอาหารอย่างมั่นใจกับ Inter Trader Academy

ขั้นตอนการนำเข้าอาหารต้องอาศัยความถูกต้องละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะเอกสารใบอนุญาต อย. และมาตรฐานความปลอดภัย หากเตรียมการไม่ครบถ้วนอาจทำให้สินค้าโดนกักด่าน เกิดค่าใช้จ่ายในการฝากสินค้า (Demurrage/Detention) หรือถูกตีกลับได้

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นนำเข้าสินค้า อาหาร หรือเครื่องดื่มอย่างมืออาชีพ Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐาน การขอใบอนุญาต พิธีการศุลกากร และเทคนิคการลดต้นทุนภาษี

สนใจคอร์สเรียนนำเข้าส่งออก

Scroll to Top