Commercial Invoice ใบกำกับราคาสินค้า

หากท่านได้ทำการนำเข้าส่งออกสินค้า หรือติดต่อการค้าระหว่างประเทศ คงต้องเคยได้ยินชื่อเอกสารที่เรียกว่า Commercial Invoice หรือ Invoice หรือ ชื่อไทยคือ ใบกำกับสินค้า ใบกำกับราคาสินค้า หรือบางคนก็เรียกว่า บัญชีราคาสินค้า แล้วแต่นิยามของแต่ละคน ซึ่งเอกสารฉบับนี้คืออะไรและสำคัญอย่างไร ท่านสามารถอ่านรายละเอียดนี้ได้เลยครับ

Commercial Invoice คืออะไร

Commercial Invoice คือ เอกสารที่ยืนยันการจำหน่ายและโอนกรรมสิทธิสินค้าระหว่างผู้นำเข้ากับผู้ส่งออก หรือหากพูดกันง่ายๆ คือ เอกสารบันทึกการขายสำหรับผู้ส่งออก และเป็นเอกสารบันทึกการสั่งซื้อสำหรับผู้นำเข้านั่นเอง

Commercial Invoice สำคัญยังไง

เอกสารนี้เป็นเอกสารสำคัญมากสำหรับทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออก เนื่องจากในเนื้อหาจะระบุว่าใครเป็นผู้ขายสินค้า ใครเป็นผู้ซื้อผู้ส่งออกขายสินค้าอะไร ผู้นำเข้าซื้อสินค้าอะไร ซื้อขายกี่ชิ้น สเปคยังไง รหัสสินค้า (HS Code) อะไร ซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ ซึ่งความสำคัญคือการนับยอดขายของผู้ส่งออกและยอดสั่งซื้อสำหรับผู้นำเข้า

ในกรณีผู้ส่งออก เอกสารนี้จะเป็นตัวบอกว่าเราขายอะไร ให้ใครราคาเท่าไหร่ เป็นเอกสารอ้างอิงการส่งสินค้าไปยังประเทศปลายทาง ซึ่งศุลกากรขาออก ใช้สำหรับอ้างอิงในการบันทึกใบขนสินค้าขาออก เพื่อนำใบขนฯ นั้นมาเป็นตัวอ้างอิงในทางรายได้ของผู้ส่งออกนั่นเอง

ในทางกลับกัน สำหรับผู้นำเข้า เอกสารนี้จะใช้สำหรับอ้างอิงในการนำเข้าสินค้า โดยศุลกากรจะนำมาคำนวณเพื่อหาราคาที่เป็นฐานในการคำนวณภาษี (ราคา CIF) เพื่อใช้คิดภาษีนำเข้ากับเรานั่นแหละ โดยศุลกากรจะอ้างอิงเพื่อออกใบขนขาเข้า และนำยอดเงินในนั้นมาคิดภาษีนำเข้า หากราคาที่สำแดงไม่เป็นที่ยอมรับของศุลกากร อาจจะต้องยึดถือเอาราคาอ้างอิง ได้แก่ ราคาแกตต์ (GATT) เป็นราคาในการคำนวณภาษีนำเข้าส่งออกแทน

 

Commercial Invoice ใช้เมื่อไหร่ และใครเป็นผู้ออกเอกสาร

Commercial Invoice จะใช้เมื่อมีการขนส่งสินค้าหรือเริ่มโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ส่งออกไปยังผู้นำเข้า โดยเป็นเอกสารตั้งต้น เพื่อให้ชิปปิ้งไปดำเนินพิธีศุลกากร ให้ตัวแทนสายเรือ / สายการบิน (Freight Forwarder) หรือ สายเรือ / สายการบิน เป็นหลักฐานในการออกเอกสารใบตราส่งทางทะเล (Bill of Lading) หรือ ใบตราส่งทางอากาศ (Airway Bill) นั่นเอง

การใช้งานเอกสารนี้ จะออกโดยผู้ส่งออก และทุกครั้งที่ออกเอกสารนี้ จะต้องออกเอกสาร Packing List (ใบกำกับหีบห่อ) ควบคู่กันเสมอ เมื่อเริ่มต้นขนสินค้า หรือเตรียมขนสินค้า จากโกดังหรือโรงงานของตัวเองไปยังท่าเรือหรือท่าอากาศยาน หลังจากขนส่งสินค้าลงเรือหรือขึ้นเครื่องบินแล้ว ผู้ส่งออกต้องส่งเอกสารตัวจริงไปทางไปรษณีย์ (หรือ แฟกซ์ หรือ อีเมล แล้วแต่ตกลงกัน) ไปถึงผู้นำเข้า เพื่อให้ผู้นำเข้านำไปออกสินค้าที่ท่าปลายทาง

 

Commercial Invoice ต้องมีข้อมูลมีอะไรบ้าง

สำหรับเนื้อหาบน Commercial Invoice จะประกอบไปด้วย หัวข้อดังนี้

  1. ชื่อและที่อยู่ของผู้ขาย (ผู้ส่งออก) และผู้ซื้อ (ผู้นำเข้า)
  2. วันที่ออกใบกำกับสินค้า หมายเลขเอกสาร รวมถึงการอ้างอิงหมายเลขคำสั่งซื้อ หรือ สัญญาที่ระบุและตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้า
  3. ข้อตกลงการส่งมอบสินค้า (Incoterms)
  4. ข้อตกลงการชำระเงิน (Payment Terms)
  5. สถานที่ขนส่งสินค้าต้นทางและปลายทาง
  6. รายละเอียดของสินค้า ชื่อสินค้า ปริมาณสินค้า ราคาต่อหน่วย และราคารวม
  7. น้ำหนักสินค้า จำนวนหีบห่อ เครื่องหมายการจัดส่งสินค้า (Shipping Mark)
  8. ลายเซ็นรับรองโดยผู้ขาย (ผู้ส่งออก) รวมถึงตราประทับบริษัทด้วย

วิธีเขียน Commercial Invoice

อย่างที่ทราบกันว่าผู้ออกเอกสารนี้คือผู้ส่งออก ดังนั้นการเขียน Commercial Invoice ควรมีเนื้อหาข้อความตามด้านบน และต้องมีเลขที่เอกสารกำกับ โดยเลขที่เอกสารนี้ส่วนใหญ่จะนับคนละส่วนกับใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน แต่อาจจะมีการอ้างอิงถึง Quotation หรือ Purchase Order ก็เป็นได้ เพื่อให้ผู้ขาย ผู้ส่งออก และผู้ซื้อ หรือ ผู้นำเข้าได้รู้ว่าเอกสารนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร

ตัวอย่าง Commercial Invoice

Commercial Invoice กับ Proforma Invoice ต่างกันอย่างไร

ปกติแล้ว Commercial Invoice เป็นเอกสารที่ออกเมื่อมีการส่งสินค้าเกิดขึ้นจริงแล้ว นั่นหมายความออกเอกสารนี้ตอนที่ของกำลังส่งไป ต่างกับ Proforma Invoice ตรงที่เป็นเอกสารยืนยันยอดขาย มักจะทำโดยผู้ส่งออก เพื่อยืนยันกับผู้นำเข้าว่าจะมีของไปส่ง เมื่อไหร่ ที่ไหน่ อย่างไร จำนวนเท่าไหร่ ต้องการพื้นที่และรับน้ำหนักสินค้าได้เท่าไหร่

กล่าวโดยสรุปคือ Proforma Invoice ทำก่อนส่งของ ไม่ได้มีผลทางบัญชี แต่ Commercial Invoice ทำตอนส่งของและมีผลทางบัญชี

Commercial Invoice กับ Tax Invoice ต่างกันอย่างไร

อย่างที่ทราบกันว่าเวลาส่งออก ผู้ส่งออกจะไม่ได้บวกภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปในยอดขาย เพราะการส่งออกจะไม่เอายอด VAT ไปบวกเพิ่ม ฉะนั้น เราจึงเขียนเอกสารนี้ว่า Commercial Invoice ในขณะที่ หากขายในประเทศ เราต้องบวก VAT เพิ่มเข้าไป ทำให้ต้องออกเอกสาร Tax Invoice ใบกำกับภาษี ซึ่งคือเอกสารที่ใช้ในประเทศเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำ Commercial Invoice

หลากหลายข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้น แบ่งเป็นหลายสาเหตุดังนี้

  1. ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อผู้ขายไม่ตรงกับความเป็นจริง
  2. ชื่อสินค้า รหัส HS Code ไม่ตรงกันกับที่ศุลกากรปลายทางกำหนด
  3. ปัญหาการใส่ราคาไม่ตรงกับที่จ่ายจริง (Under Invoice) เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่ประเทศปลายทาง
  4. รายละเอียดการขนส่ง หีบห่อ หรือแม้แต่ชื่อสินค้าไม่ตรง หรือไม่ระบุชัดเจน ทำให้ยากต่อการสุ่มตรวจ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราจะพบว่า Commercial Invoice เป็นเอกสารส่งออก ที่สำคัญมากสำหรับการทำธุรกิจนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ

สนใจเรียนรู้เรื่องเอกสารเพิ่มเติม เอกสารนำเข้าส่งออก

สนใจคอร์สเรียนเอกสารนำเข้าส่งออก คอร์สเอกสารนำเข้าส่งออก

สนใจเรียนนำเข้าส่งออก ดูคอร์สต่างๆ ได้ที่นี่ครับ 

Leave a Comment

Scroll to Top