ขั้นตอนการส่งออกสมุนไพร

ขั้นตอนการส่งออกสมุนไพร สรุปครบทุกขั้นตอน ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

สมุนไพรไทยแปรรูป ยาสมุนไพร และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของไทย กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก เนื่องจากกระแสการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม “สมุนไพร” ถือเป็นสินค้ากลุ่มควบคุมที่มีกฎระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดนำสมุนไพรไทยไปต่างประเทศ การศึกษาขั้นตอนการส่งออกอย่างถูกต้องจะช่วยให้สินค้าผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างราบรื่น ไม่ติดด่าน และสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล

1. การขึ้นทะเบียนและการขอใบอนุญาตในประเทศไทย

ก่อนเริ่มส่งออก ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบสถานะของสมุนไพรว่าเป็นประเภทใด (สมุนไพรสด สมุนไพรแห้ง สารสกัด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูป) และดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้:

1.1 ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกกับกรมศุลกากร

ลงทะเบียนผ่านระบบ e-Customs เพื่อรับสิทธิ์การดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก

1.2 ตรวจสอบสมุนไพรควบคุมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

สมุนไพรบางชนิดถูกจัดเป็น “สมุนไพรควบคุม” เช่น กวาวเครือ, ไพล, ฟ้าทะลายโจร หรือกระท่อม ซึ่งหากต้องการส่งออกจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตส่งออกสมุนไพรควบคุมจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

1.3 การขอรับใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)

สำหรับสมุนไพรสดและสมุนไพรแห้ง ผู้ส่งออกต้องยื่นขอใบรับรองสุขอนามัยพืชจาก กลุ่มควบคุมพืช กรมวิชาการเกษตร เพื่อยืนยันว่าสินค้าปราศจากแมลง ศัตรูพืช และโรคพืช

2. มาตรฐานการผลิตและการเตรียมสินค้าเพื่อการส่งออก

ประเทศคู่ค้ามักมีเกณฑ์มาตรฐานการรับนำเข้าสินค้าสมุนไพรที่สูงมาก ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ดังนี้:

  • มาตรฐานการผลิต (GMP / ISO / HACCP): ผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปหรือสารสกัด ต้องมาจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP อาหาร หรือ GMP เครื่องมือแพทย์/ยาสมุนไพร
  • การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (Lab Test): สินค้าต้องมีใบรับรองการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis – COA) เพื่อยืนยันว่าไม่มีสารโลหะหนักตกค้าง (เช่น ปรอท, ตะกั่ว, สารหนู) ปราศจากเชื้อรา และไม่มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเกินเกณฑ์กำหนด
  • ฉลากสินค้าและบรรจุภัณฑ์ (Packaging & Labeling): บรรจุภัณฑ์ต้องแข็งแรง สามารถกันความชื้นได้ดี และมีฉลากภาษาอังกฤษ (หรือภาษาท้องถิ่นของประเทศนำเข้า) แสดงส่วนประกอบ เลขทะเบียน Batch Number วันผลิตและหมดอายุ

3. กระบวนการและเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรส่งออก

เมื่อสินค้าพร้อมส่งออก ชิปปิ้งหรือผู้ส่งออกจะต้องจัดทำเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้เพื่อยื่นต่อกรมศุลกากรและหน่วยงานกักกันพืช:

ชื่อเอกสารวัตถุประสงค์การใช้งาน
Commercial Invoiceใบกำกับสินค้า แสดงรายละเอียดและมูลค่าการสั่งซื้อ
Packing Listใบรายการบรรจุภัณฑ์ แสดงน้ำหนัก ขนาด และจำนวนกล่อง
Phytosanitary Certificate (PC)ใบรับรองสุขอนามัยพืช ออกโดยกรมวิชาการเกษตร
Certificate of Analysis (COA)ใบรายงานผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
Certificate of Origin (C/O)หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อขอสิทธิลดหย่อนภาษี (FTA)
Bill of Lading (B/L) / AWBใบตราส่งสินค้าทางเรือ หรือ ทางอากาศ

4. ข้อควรระวังและเทคนิคการส่งออกสมุนไพรอย่างมืออาชีพ

  1. ศึกษาข้อกำหนดประเทศปลายทาง (Import Regulations): สมุนไพรบางชนิดอาจถูกจัดเป็น “ยา” ในประเทศหนึ่ง แต่อาจเป็น “อาหารเสริม” ในอีกประเทศหนึ่ง ทำให้ต้องขอใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ต่างกัน
  2. การเลือกรวมบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่ง: สมุนไพรแห้งไวต่อความชื้นสูง ควรใช้ถุงดูดความชื้น (Desiccant) หรือถุงสูญญากาศ เพื่อป้องกันเชื้อราขึ้นระหว่างการขนส่งทางเรือ
  3. การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา: ควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) หรือสิทธิบัตรสูตรสมุนไพรในประเทศเป้าหมายก่อนเริ่มส่งออก

สรุป: ผลักดันสมุนไพรไทย สู่การค้าโลกกับ Inter Trader Academy

การส่งออกสมุนไพรไทยแม้จะมีขั้นตอนและกฎระเบียบที่ซับซ้อน แต่ถือเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากผู้ประกอบการเข้าใจขั้นตอน การจัดเตรียมเอกสาร และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างถูกวิธี

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดสินค้าสมุนไพรและสินค้าไทยไปต่างประเทศ Inter Trader Academy มีหลักสูตรการเรียนนำเข้า-ส่งออกที่เจาะลึกทุกขั้นตอน สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจริงในอุตสาหกรรม

สนใจคอร์สเรียนธุรกิจส่งออก

สนใจคอร์สเรียนนำเข้าส่งออก

Scroll to Top