Import Permit กับ Import License คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

Import Permit กับ Import License คืออะไร? ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจนำเข้า คำว่า Import Permit และ Import License เป็นคำศัพท์ที่มีโอกาสพบอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องนำเข้าสินค้าที่มีกฎหมายควบคุม

หลายคนจึงเกิดคำถามว่า Import Permit กับ Import License เหมือนกันหรือไม่?

ต้องขอทั้งสองอย่างหรือเปล่า?

Import Permit ใช้กับสินค้า ส่วน Import License ใช้กับบริษัทจริงหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่สามารถสรุปได้ว่าทั้งสองคำเหมือนกันหรือแตกต่างกันตายตัวในทุกกรณี เพราะในทางปฏิบัติ หน่วยงานและกฎหมายแต่ละฉบับอาจใช้คำว่า Permit, License, Certificate หรือคำอื่น ๆ สำหรับเอกสารอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

กรมศุลกากรใช้หลักว่า หากเป็น ของต้องกำกัด ซึ่งเป็นสินค้าที่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้า ผู้นำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า และต้องแสดงหลักฐานใบอนุญาตในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร

ดังนั้น สิ่งสำคัญกว่าการจำว่า Permit หรือ License ต่างกันอย่างไร คือการเข้าใจว่า สินค้าของเราถูกควบคุมโดยกฎหมายใด และต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานใดก่อนนำเข้า


Import Permit คืออะไร?

Import Permit โดยทั่วไปหมายถึง ใบอนุญาตให้นำเข้าสินค้า ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เอกสารลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ประเทศผู้นำเข้าต้องการควบคุมเป็นพิเศษ เช่น เพื่อควบคุมความปลอดภัย สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง หรือป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าบางประเภท

ตัวอย่างเช่น อาจพบคำว่า

  • Import Permit
  • Food Import Permit
  • Plant Import Permit
  • Animal Import Permit
  • Chemical Import Permit

แต่ชื่อจริงของใบอนุญาตและขั้นตอนการขอจะขึ้นอยู่กับกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ในประเทศไทย กรมศุลกากรระบุว่า ของต้องกำกัดต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และต้องนำใบอนุญาตมาแสดงในขั้นตอนพิธีการศุลกากร

ดังนั้น หากพูดในภาพรวม Import Permit สามารถใช้เรียกเอกสารที่อนุญาตให้สินค้าประเภทหนึ่งสามารถนำเข้าประเทศได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย

Import License คืออะไร?

Import License โดยทั่วไปหมายถึง ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการนำเข้าสินค้าบางประเภท หรือใบอนุญาตที่กฎหมายกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องมี

คำว่า License มักมีความหมายในลักษณะของ สิทธิหรือคุณสมบัติที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ ซึ่งอาจมีอายุเป็นระยะเวลาหนึ่ง และอาจกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ได้รับใบอนุญาต สถานที่ หรือประเภทกิจการ

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่า Import License ไม่ได้หมายความว่าเป็นใบอนุญาตสำหรับ “ตัวบริษัท” เสมอไป และก็ไม่ได้หมายความว่า Import Permit ต้องเป็นใบอนุญาตสำหรับ “ตัวสินค้า” เสมอไป

ต้องดู กฎหมายต้นทางของเอกสารนั้น ๆ เป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาใช้คำว่า Import Licenses สำหรับสินค้าหลายกลุ่มที่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะ ขณะที่สินค้าบางประเภทอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น FDA หรือหน่วยงานด้านสินค้าเกษตร

ดังนั้น ในการทำงานด้าน Import-Export อย่าตีความคำว่า License หรือ Permit จากภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว

Import Permit กับ Import License ต่างกันอย่างไร?

หากอธิบายแบบง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น สามารถมองได้ดังนี้

ประเด็นImport PermitImport License
ความหมายทั่วไปใบอนุญาตให้นำเข้าสินค้าตามเงื่อนไขใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าหรือกิจการนำเข้า
เน้นสินค้าหรือการนำเข้า Shipment/ประเภทสินค้าผู้ประกอบการ กิจการ หรือสินค้าบางประเภท ขึ้นอยู่กับกฎหมาย
ผู้ที่ออกหน่วยงานเจ้าของกฎหมายหน่วยงานเจ้าของกฎหมาย
อายุแล้วแต่ประเภทใบอนุญาตแล้วแต่กฎหมาย อาจมีอายุเป็นระยะเวลา
ใช้กับทุกสินค้าไหมไม่ไม่
ต้องมีทั้งสองอย่างไหมไม่จำเป็นไม่จำเป็น
หลักสำคัญต้องดูข้อกำหนดของกฎหมายสินค้าต้องดูข้อกำหนดของกฎหมายสินค้า/กิจการ

แต่ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางในการทำความเข้าใจ ไม่ใช่หลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ใช้ได้กับทุกสินค้า

เหตุผลคือ หน่วยงานไทยแต่ละแห่งสามารถกำหนดชื่อภาษาอังกฤษของใบอนุญาตตามกฎหมายของตนเองได้

ตัวอย่างให้เห็นภาพ

สมมติผู้ประกอบการต้องการนำเข้าสินค้าชนิดหนึ่งเข้าประเทศไทย

ก่อนสั่งซื้อสินค้า ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ต้องขอ Import Permit หรือ Import License?”

แต่ควรเริ่มจาก “สินค้านี้อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอะไร?”

จากนั้นจึงตรวจสอบว่า

1. สินค้าเป็นอะไร?

2. HS Code คืออะไร?

3. เป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือไม่?

4. หน่วยงานใดเป็นเจ้าของกฎหมาย?

5. ต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองอะไร?

6. ต้องขอก่อนนำเข้าหรือสามารถดำเนินการในขั้นตอนอื่นได้?

กรมศุลกากรมีฐานข้อมูลสำหรับตรวจสอบสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรอง รวมถึงข้อมูลกฎหมาย หน่วยงานเจ้าของกฎหมาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้า


Import Permit และ Import License ใช้กับสินค้าประเภทใด?

สินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมมีอยู่หลายกลุ่ม เช่น

อาหาร

อาหารนำเข้าบางประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และอาจมีทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับใบอนุญาตสถานที่นำเข้า การอนุญาตผลิตภัณฑ์ และขั้นตอนก่อนการนำเข้า

ยา

การนำเข้ายาเกี่ยวข้องกับกฎหมายและใบอนุญาตของ อย. ซึ่งมีข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการ

เครื่องสำอาง

ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าและการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ตามประเภทของสินค้า

เครื่องมือแพทย์

สินค้าบางประเภทต้องดำเนินการตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์ และอาจมีขั้นตอนด้านการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียน

พืชและสินค้าเกษตร

สินค้าพืชอาจมีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยพืชและการกักกันพืช โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจกำหนดเอกสารหรือใบอนุญาตก่อนนำเข้า

สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

อาจมีข้อกำหนดจากกรมปศุสัตว์ รวมถึงการควบคุมด้านสุขภาพสัตว์และการกักกัน

สินค้าอุตสาหกรรม

สินค้าบางประเภทอยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับหรือกฎหมายเฉพาะ จึงต้องตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่า Permit หรือ License

สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การจำว่า

Permit = สินค้า และ License = บริษัท เพราะการแบ่งแบบนี้ ไม่สามารถใช้เป็นกฎทั่วไปได้

สิ่งที่ควรจำคือ ให้ดู “กฎหมายและเอกสารตัวจริง” มากกว่าดูจากชื่อภาษาอังกฤษ เพราะในแต่ละประเทศและแต่ละหน่วยงานอาจใช้คำแตกต่างกัน แม้แต่คำว่า “ใบอนุญาตนำเข้า” เมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก็อาจพบได้ทั้ง Import Permit และ Import License ขึ้นอยู่กับหน่วยงานและบริบท

แล้ว Import License กับการจดทะเบียนผู้นำเข้าต่างกันหรือไม่?

อีกประเด็นที่มักสับสนคือ Import License กับการเป็นผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินพิธีการศุลกากร สองเรื่องนี้ไม่ควรนำมาปนกัน

กรมศุลกากรกำหนดให้ผู้นำของเข้าต้องลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากร ขณะที่หากเป็นสินค้าต้องกำกัดก็ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า ดังนั้นจึงอาจมีกรณีที่ บริษัทสามารถดำเนินพิธีการศุลกากรได้ แต่ สินค้าบางประเภทที่บริษัทต้องการนำเข้า ยังต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม นี่คือเหตุผลที่การ “เป็นผู้นำเข้า” กับ “ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าชนิดหนึ่ง” อาจเป็นคนละเรื่องกัน

ต้องขอ Import Permit หรือ Import License ก่อนสั่งสินค้าไหม?

หากสินค้าที่กำลังจะนำเข้าเป็น ของต้องกำกัด และกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้า ก็ควรดำเนินการขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนนำสินค้าเข้าประเทศ

กรมศุลกากรระบุโดยตรงว่า กรณีนำเข้าสินค้าต้องกำกัดต้องขอใบอนุญาตก่อนนำเข้า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประกอบการไม่ควรทำงานแบบ สั่งสินค้า → สินค้ามาถึงไทย → ค่อยถามว่าต้องมีใบอนุญาตหรือไม่

แต่ควรเปลี่ยนเป็น ตรวจสอบกฎหมาย → ตรวจสอบใบอนุญาต → เตรียมเอกสาร → สั่งสินค้า → นำเข้า จะปลอดภัยกว่า

ขั้นตอนตรวจสอบก่อนนำเข้าสินค้า

ผู้เริ่มต้นสามารถใช้ Checklist นี้ได้

ขั้นที่ 1 — ระบุสินค้า

รู้ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วัตถุประสงค์การใช้งาน และรายละเอียดทางเทคนิค

ขั้นที่ 2 — ตรวจสอบ HS Code

อย่าดูเพียงชื่อสินค้าจาก Supplier เพราะการจัดพิกัดต้องพิจารณารายละเอียดของสินค้า

ขั้นที่ 3 — ตรวจสอบว่าเป็นของต้องกำกัดหรือไม่

สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านฐานข้อมูลของกรมศุลกากรได้

ขั้นที่ 4 — ตรวจสอบหน่วยงานเจ้าของกฎหมาย

เช่น อย. กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ สมอ. หรือหน่วยงานอื่นตามประเภทสินค้า

ขั้นที่ 5 — ตรวจสอบใบอนุญาต

ดูว่าต้องใช้ Import Permit, Import License, Certificate หรือเอกสารอื่น

ขั้นที่ 6 — ตรวจสอบช่วงเวลาการขออนุญาต

บางใบอนุญาตต้องได้รับก่อนนำเข้า ขณะที่รายละเอียดและขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน

ขั้นที่ 7 — ตรวจสอบเอกสารกับพิธีการศุลกากร

ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องต้องพร้อมสำหรับการดำเนินพิธีการตามที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ผู้เริ่มต้นมักเข้าใจผิด

❌ “ผมมี Import License แล้ว แปลว่านำเข้าสินค้าอะไรก็ได้”

ไม่ถูกต้อง ใบอนุญาตหนึ่งฉบับอาจใช้ได้เฉพาะสินค้าหรือกิจกรรมที่กฎหมายกำหนด

❌ “มีบริษัทแล้ว จึงนำเข้าสินค้าได้ทุกชนิด”

ไม่ถูกต้อง การเป็นบริษัทหรือการลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้ากับศุลกากรไม่ได้แปลว่าสินค้าทุกประเภทสามารถนำเข้าได้โดยไม่มีใบอนุญาตเพิ่มเติม

❌ “Permit กับ License คือเอกสารคนละชนิดเสมอ”

ไม่จำเป็น ในทางปฏิบัติ ต้องดูชื่อเอกสารและกฎหมายที่ออกเอกสารนั้น ๆ

❌ “ถ้า Supplier บอกว่าส่งมาไทยได้ ก็แปลว่านำเข้าได้”

ไม่เสมอไป Supplier อาจรู้เพียงเรื่องการส่งออกจากประเทศต้นทาง แต่ข้อกำหนดการนำเข้าประเทศไทยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สรุป Import Permit กับ Import License

Import Permit และ Import License ต่างก็เกี่ยวข้องกับ “การอนุญาตให้นำเข้าสินค้า” แต่ไม่ควรตีความว่าทั้งสองคำมีความหมายแตกต่างกันแบบตายตัวในทุกกรณี

ในประเทศไทย กรมศุลกากรใช้หลักว่า สินค้าที่เป็นของต้องกำกัดต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำเข้า และต้องนำหลักฐานใบอนุญาตมาใช้ในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร

ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า สิ่งที่ควรจำมีเพียง 4 ขั้นตอนสำคัญ

1. รู้ว่าสินค้าคืออะไร

2. ตรวจสอบ HS Code

3. ตรวจสอบกฎหมายและหน่วยงานเจ้าของกฎหมาย

4. ตรวจสอบว่าต้องใช้ Import Permit, Import License หรือใบอนุญาต/ใบรับรองประเภทใด

เมื่อทำครบ 4 ขั้นตอนนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการสั่งสินค้าที่ไม่สามารถนำเข้าได้ หรือสินค้ามาถึงประเทศไทยแล้วแต่เอกสารไม่พร้อม

สรุปสั้น ๆ คือ อย่าดูแค่คำว่า Permit หรือ License ให้ดู “กฎหมายที่ควบคุมสินค้าและเอกสารที่กฎหมายกำหนด” เป็นหลัก

หมายเหตุ: ข้อกำหนดการนำเข้าสินค้าแตกต่างกันตามประเภทสินค้า HS Code หน่วยงานเจ้าของกฎหมาย และวัตถุประสงค์การนำเข้า ควรตรวจสอบกฎระเบียบล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการจริง

อ่านเกี่ยวกับใบรับรองการส่งออก (Export License)

Scroll to Top