สินเชื่อเพื่อการนำเข้าส่งออก

หากถามถึงการนำเข้าส่งออกในเชิงการเงิน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือสินเชื่อธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของเราขยายตัวเป็นอย่างมาก ลองนึกภาพว่าหากมีลูกค้ามาสั่งของเรา แต่เราไม่มีเงินหมุนไปจัดหาหรือผลิตสินค้า เราได้แต่บอกว่าให้ลูกค้ารอเรามีเงินก่อน ค่อยมาสั่ง ลูกค้าอาจจะหนีไปแล้วก็ได้ ฉะนั้น สินเชื่อหรือเงินกู้สำหรับการนำเข้าส่งออก จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง

สำหรับมือใหม่ หรือ SMEs การเข้าถึงสินเชื่ออาจจะไม่ได้ทำได้ง่ายๆ หากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะธนาคารจะดูรายละเอียดของเงินเข้าออก งบบัญชีกำไรขาดทุน งบดุล เป็นต้น ซึ่งหากเทียบยอดขายของธุรกิจรายใหญ่ อาจจะเป็นรองในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม หากท่านมีความพร้อมในการทำธุรกิจนำเข้าส่งออก บางครั้งธนาคารก็มีสินเชื่อที่เราอาจจะไม่ต้องรอให้ธุรกิจโตก่อน ก็สามารถไปขอวงเงินกู้ได้ สินเชื่อเหล่านั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกันครับ

Packing Credit สินเชื่อเพื่อการส่งออก

สำหรับผู้ส่งออก ในบางครั้งมีลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้าของเราเป็นจำนวนมาก แต่ว่าตัวเราเอง ไม่สามารถผลิตหรือจัดหาให้ได้ เนื่องจากขาดเงินทุน เพราะเราต้องนำเงินทุนของเราไปสั่งซื้อวัตถุดิบมาผลิต หรือหาเงินมามัดจำเพื่อสั่งให้ผู้ผลิตทำของให้เรา

บางครั้งเราอาจจะมีทางรอดตรงที่หากเราใช้เงินของเรา แต่ถ้าเงินเราไม่พอจะทำอย่างไร

ธนาคารมีสินเชื่อเพื่อการส่งออก (Packing Credit) ที่ให้ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจไปกู้ได้ สินเชื่อนี้คือวงเงินสำหรับการหมุนเวียนเพื่อใช้จ่าย เมื่อผู้กู้ (ผู้ส่งออก) มีออเดอร์เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้ามีออเดอร์ แปลว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เงินในอนาคต เพราะลูกค้าเตรียมจะจ่ายเงินในไม่ช้า เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีทุนเอาไปผลิตของนั่นเอง ธนาคารจึงอนุญาตให้ผู้กู้มากู้เงินได้ เมื่อมีออเดอร์เท่านั้น

ก่อนจะมีวงเงินนี้ได้เราต้องไปเปิดวงเงินกับธนาคารก่อนนะครับ ซึ่งเค้าก็จะมีหลักเกณฑ์ของเค้าเกี่ยวกับเอกสารทางบัญชี สินทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย ซึ่งได้ตกลงกันไว้ก่อน จะเริ่มให้กู้กันจริงๆ เหมือนเราไปทำบัตรเครดิตนั่นเอง

 

Negotiation / Discount Export Bill บริการรับซื้อตั๋วลดส่งออก

หลังจากผู้ส่งออกส่งสินค้าให้ผู้นำเข้าแล้ว หากมีการตกลงกันว่า ผู้นำเข้าจะชำระเงินให้ภายหลัง เช่น ภายใน 30 วัน หรือ 60 วัน หมายความว่าระหว่างนี้ผู้ส่งออกจะยังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า และอาจทำให้ขาดเงินทุนหมุนเวียนได้

ในบางครั้ง ผู้ส่งออกที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนก่อน เพื่อนำไปใช้ในการรับออเดอร์อื่นๆ ก็จะแจ้งต่อธนาคารเพื่อขอขายตั๋วลดส่งออก โดยธนาคารจะมีการรับซื้อส่งออกนนั่นเอง

การรับซื้อตั๋วคืออะไร มันก็เหมือนกับการแลกเช็ค เพราะธนาคารรู้แน่ๆ ว่าผู้ส่งออกจะได้รับเงินในอีกไม่ช้า (30 / 60 วัน หรืออื่นๆ) ซึ่งธนาคารก็จะรับซื้อหนี้การค้าที่ผู้นำเข้าต้องจ่าย โดยการขึ้นเงินให้กับผู้ส่งออกที่มาร้องขอ โดยจะทำการหักค่าบริการ หรือ ดอกเบี้ย หรือ ค่าธรรมเนียมไปตามที่ตกลงกัน เพื่อรับเงินจำนวนเต็มจากผู้จ่ายเงินหรือผู้นำเข้า ในภายหลังนั่นเอง

ผู้ส่งออกที่ต้องการเงินมาหมุนก็สามารถนำสินเชื่อลูกค้ามาขายได้ที่ธนาคารครับ

 

นอกจากฝั่งส่งออกแล้ว เรามาดูฝั่งนำเข้ากันบ้าง

 

Trust Receipt สินเชื่อเพื่อการนำเข้า

ในทางตรงข้ามกับผู้ส่งออก กรณีผู้นำเข้านำสินค้าเข้ามาขายแล้ว แต่ยังไม่มีเงินทุนไปจ่ายเงินกับผู้ส่งออกที่ประเทศต้นทาง ผู้นำเข้าสามารถไปขอกู้เงินกับธนาคารได้ โดยสินเชื่อนี้เรียกว่า Trust Receipt ซึ่งจะมีประโยชน์ตรงที่สามารถนำของออกมาขายก่อน แล้วชำระเงินคืนให้กับธนาคารทีหลังได้

ข้อสังเกตคือ เงินกู้ประเภทนี้ ธนาคารต้องรู้เห็นในการชำระเงินเป็นอย่างดี จึงนิยมใช้กับการชำระเงินแบบ Bill for Collection วางบิลเรียกเก็บเงิน มากกว่าการชำระเงินแบบอื่นๆ

Import L/C วงเงินสินเชื่อสำหรับ L/C

สำหรับผู้นำเข้าที่ชำระเงินแบบ Letter of Credit (L/C) สามารถไปขอสินเชื่อเพิ่มเติมได้ หลักการเดียวกันกับ Trust Receipt คือเป็นสินเชื่อสำหรับการนำเข้าเช่นเดียวกันครับ

นอกจากนี้ยังมีวงเงินอื่นๆ ที่นิยมใช้ในการนำเข้า เช่น

Foreign Exposure Line วงเงินสำหรับป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

Bank Guarantee Line วงเงินสำหรับหนังสือค้ำประกันภาษีที่ออกโดยธนาคาร วางไว้ที่กรมศุล เผื่อฉุกเฉิน กรณีต้องการเอาของออกจากศุลกากรก่อน

Shipping Guarantee Line วงเงินธนาคารค้ำประกันเราให้บริษัทเรือ (B/C)

เชื่อว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้นำเข้าส่งออกนะครับ

 

สนใจเรียนนำเข้าส่งออก คลิกที่นี่

Similar Posts

  • การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

    การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผมเชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่แม้แต่คนทำงานมานานแล้วก็ยังผิดพลาดได้ ไม่ต้องพูดถึงมือใหม่ที่ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ ผมก็เคยมีหลายครั้งที่คำนวณราคาขายให้ลูกค้าไปแล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าวเราขายขาดทุนนี่ ทีนี้เราจะป้องกันยังไงไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้บ้าง มาดูแนวทางกันครับ

  • นำเสนอสินค้าแบบนี้อย่าทำดีกว่า – 5 ข้อห้ามที่ผู้ส่งออกห้ามทำเด็ดขาด

      เชื่อมั้ยครับว่า ลูกค้าต่างประเทศเกิดความฉงนงงงวยกับการนำเสนอสินค้าของคนไทยเป็นอย่างมาก ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อจนกระทั่งผมได้เจอมากับตัวเอง ผมเคยได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างน่าตกใจจากเซลล์ต่างประเทศของบริษัทคนไทยหลายๆ แห่ง ด้วยการนำเสนอสินค้าที่ไม่เป็นมืออาชีพ และไม่ให้การตอบรับลูกค้าดีเท่าไหร่

  • |

    ขั้นตอนการวิเคราะห์ตลาดส่งออก

    ในการเลือกประเทศเป้าหมายเพื่อส่งออกสินค้านั้น ต้องพิจารณาในหลายๆ ปัจจัย โดยแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันในด้านของ สังคมและวัฒนธรรม ภาษา ประชากรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ระบบกฎหมาย เศรษฐกิจ ข้อบังคับทางการค้า อัตราภาษี นโยบายทางการค้า อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการทำตลาดให้เข้ากับแต่ละประเทศ ขั้นตอนในการวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศมีดังนี้ 1.ศึกษาปัจจัยทางธุรกิจของประเทศนั้น ปัจจัยภายนอกของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากเราจะศึกษา ต้องมีแง่มุมในการวิเคราะห์ ซึ่งในเชิงบริหารธุรกิจมีหลายปัจจัย แต่โมเดลที่น่าสนใจและมีคนนิยมมาก คือ Five Force Model ซึ่งจะวิเคราะห์จาก 5 ปัจจัย ได้แก่ 1) สภาวะการแข่งขันในตลาดนั้นๆ 2) ความยากง่ายของการเข้าตลาด 3) สินค้าทดแทน 4) สินค้าต้นน้ำมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน และ 5) อำนาจต่อรองของลูกค้า หากวิเคราะห์ออกมาแล้วได้คะแนนไม่มาก ก็สามารถใช้ตลาดเหล่านั้นในการเลือกเพื่อเริ่มต้นได้เลย 2.วิเคราะห์ความต้องการของสินค้า หากคุณกำลังคิดว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าดี นั่นไม่ผิด แต่ถ้าหากคิดว่าสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก นั่นอาจจะคิดผิด โดยธรรมชาติของนักธุรกิจไทย มักจะเข้าข้างสินค้าตัวเองว่าดี เจ๋ง แต่พอลงตลาดกลับขายไม่ออก เนื่องจากไม่สามารถชูจุดเด่นหรือจุดขายได้ หรือหากรู้จุดดังกล่าว กลับกลายเป็นว่าลูกค้าไม่ซื้อเพราะไม่ได้ต้องการสินค้าของเรา…

  • มาตรฐานสินค้าที่น่าสนใจ

    มาตรฐานหลักของสินค้าไทย มาตรฐานอุตสาหกรรม คู่ค้าแต่ละประเทศ •British Standard (BS) เป็นมาตรฐานของประเทศอังกฤษ •German Industrial Standard (DIN) เป็นมาตรฐานของประเทศเยอรมัน •Japanese Industrial Standard (JIS) เป็นมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น •American National Standard Institute (ANSI) เป็นมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา •Thailand Industrial Standard (TIS) เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทย •VerbandDeutscherElektrotechniker(VDE) เป็นมาตรฐานของกลุ่มวิศวกรไฟฟ้าในประเทศเยอรมนี •Keuringvan ElektrotechnischeMaterialen(KEMA) เป็นมาตรฐานการทดสอบของประเทศเนเธอร์แลนด์ •International Electrotechnical Commission (IEC) เป็นมาตรฐานขององค์กรระหว่างประเทศที่จัดทามาตรฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ •African Regional Standards Organization (ARSO ) เป็นองค์การมาตรฐานแห่งภูมิภาคแอฟริกา •RoHS (The Restriction of The Use of Certain…

  • ขนาดมาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์

    ขนาดมาตรฐานของตู้คอนเทนเนอร์   ตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร   ประโยชน์ของตู้คอนเทนเนอร์   ตู้คอนเทนเนอร์มีกี่ประเภท   ขนาดของตู้คอนเทนเนอร์   การใช้งานตู้คอนเทนเนอร์   ตู้คอนเทนเนอร์หาได้ที่ไหน   สนใจคอร์สเรียน คลิกที่นี่

Leave a Reply