ตั๋วสัญญาใช้เงิน Promissory Note

ตั๋วสัญญาใช้เงิน คืออะไร ใช้อย่างไร และเกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า–ส่งออกอย่างไร

ในการทำธุรกิจ การซื้อขายสินค้าไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบ “จ่ายเงินและรับสินค้า” ทันทีเสมอไป หลายธุรกิจมีการให้เครดิตแก่คู่ค้า หรือกำหนดให้ชำระเงินในอนาคต เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารกระแสเงินสดได้สะดวกขึ้น

หนึ่งในเอกสารทางการเงินที่อาจนำมาใช้เพื่อกำหนดภาระการชำระเงิน คือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note: P/N) ซึ่งเป็นตราสารที่ผู้มีหน้าที่ชำระเงินออกให้แก่ผู้รับเงิน เพื่อแสดงคำมั่นว่าจะชำระเงินตามจำนวนและกำหนดเวลาที่ระบุไว้

บทความนี้จะอธิบายว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน คืออะไร ใช้อย่างไร มีองค์ประกอบอะไร และเกี่ยวข้องกับธุรกิจนำเข้า–ส่งออกอย่างไร

ตั๋วสัญญาใช้เงิน คืออะไร

ตั๋วสัญญาใช้เงิน คือ ตราสารที่ผู้ออกตั๋วให้คำมั่นว่าจะชำระเงินจำนวนหนึ่งแก่ผู้รับเงิน หรือผู้ทรงตั๋ว ตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Promissory Note และมักใช้ตัวย่อว่า P/N

จุดสำคัญของตั๋วสัญญาใช้เงิน คือ ผู้ที่ออกตั๋วเป็นผู้ให้คำมั่นว่าจะชำระเงินด้วยตนเอง กล่าวคือ ผู้ออกตั๋วมีหน้าที่ชำระเงินให้แก่ผู้รับเงินตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ซื้อสินค้าจากบริษัท B เป็นเงิน 500,000 บาท แต่ตกลงชำระเงินหลังจากได้รับสินค้า 60 วัน บริษัท A อาจออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บริษัท B เพื่อยืนยันว่าจะชำระเงินจำนวนดังกล่าวเมื่อครบกำหนด

ตั๋วสัญญาใช้เงินจึงช่วยทำให้ภาระการชำระเงินมีหลักฐานที่ชัดเจน และช่วยให้คู่ค้าทราบจำนวนเงิน รวมถึงกำหนดเวลาที่ต้องชำระ

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Promissory Note หรือ P/N

คำว่า Promissory หมายถึง การให้คำมั่นหรือคำสัญญา ส่วน Note ในบริบทนี้หมายถึงตราสารหรือเอกสารทางการเงิน

ในการทำธุรกิจหรือการติดต่อกับสถาบันการเงิน อาจพบคำว่า

  • Promissory Note
  • P/N
  • Promissory Note Facility

อย่างไรก็ตาม ความหมายและวิธีใช้ในแต่ละธุรกรรมอาจแตกต่างกัน ผู้ปฏิบัติงานจึงควรตรวจสอบรายละเอียดของเอกสารและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง

องค์ประกอบสำคัญของตั๋วสัญญาใช้เงิน

ตั๋วสัญญาใช้เงินควรมีข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นผู้มีหน้าที่ชำระเงิน ต้องชำระให้แก่ใคร เป็นจำนวนเท่าใด และต้องชำระเมื่อใด ข้อมูลสำคัญที่มักพบ ได้แก่

1. ข้อความระบุว่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน

เอกสารควรระบุลักษณะของตราสารอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่าเอกสารดังกล่าวจัดทำขึ้นในฐานะตั๋วสัญญาใช้เงิน

2. คำมั่นว่าจะชำระเงิน

ต้องมีข้อความที่แสดงว่าผู้ออกตั๋วให้คำมั่นว่าจะชำระเงิน โดยควรมีความชัดเจนและไม่กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ภาระการชำระเงินไม่แน่นอน

3. จำนวนเงิน

ควรระบุจำนวนเงินให้ชัดเจน และตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขก่อนลงนาม

4. ชื่อผู้รับเงิน

ควรระบุชื่อบุคคลหรือบริษัทที่มีสิทธิได้รับชำระเงิน เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน

5. กำหนดเวลาชำระเงิน

อาจระบุเป็นวันที่แน่นอน หรือกำหนดระยะเวลาตามเงื่อนไขของตั๋ว เช่น ชำระภายใน 30 วัน หรือ 60 วัน

6. วันที่และสถานที่ออกตั๋ว

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้สามารถอ้างอิงและตรวจสอบรายละเอียดของตราสารได้

7. ลายมือชื่อของผู้ออกตั๋ว

ลายมือชื่อเป็นส่วนสำคัญที่แสดงการยอมรับภาระและคำมั่นที่จะชำระเงิน

รายละเอียดของตั๋วสัญญาใช้เงินอาจมีผลต่อการใช้บังคับตามกฎหมาย จึงควรตรวจสอบให้ครบถ้วน และหากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือสถาบันการเงิน

ตั๋วสัญญาใช้เงิน ใช้อย่างไร

โดยทั่วไป ขั้นตอนการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินสามารถสรุปได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตกลงเงื่อนไขการชำระเงิน

คู่ค้าตกลงจำนวนเงิน ระยะเวลาชำระ ดอกเบี้ย หรือเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 2 จัดทำตั๋วสัญญาใช้เงิน

ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนเงิน ผู้รับเงิน วันครบกำหนด และรายละเอียดของผู้ออกตั๋ว

ขั้นตอนที่ 3 ผู้ออกตั๋วลงนาม

ผู้มีอำนาจลงนามต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนลงนาม เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและสอดคล้องกับข้อตกลง

ขั้นตอนที่ 4 ส่งมอบตั๋วให้ผู้รับเงิน

ผู้รับเงินเก็บรักษาตั๋วไว้เป็นหลักฐานและใช้ประกอบการขอรับชำระเงินเมื่อถึงกำหนด

ขั้นตอนที่ 5 ชำระเงินเมื่อครบกำหนด

เมื่อถึงวันครบกำหนด ผู้ออกตั๋วต้องชำระเงินตามจำนวนและเงื่อนไขที่ระบุไว้

ตัวอย่างการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินในธุรกิจ

สมมติว่า บริษัท ABC ซื้อวัตถุดิบจากบริษัท XYZ เป็นเงิน 1,000,000 บาท โดยตกลงให้ชำระเงินหลังจากส่งมอบสินค้า 90 วัน

บริษัท ABC อาจออกตั๋วสัญญาใช้เงิน โดยระบุว่า

บริษัท ABC สัญญาว่าจะชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่บริษัท XYZ ในวันที่กำหนด

เมื่อครบกำหนด บริษัท ABC ต้องดำเนินการชำระเงินตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า ตั๋วสัญญาใช้เงินสามารถใช้เป็นหลักฐานของภาระการชำระเงิน และช่วยให้คู่ค้ามีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนเงินและระยะเวลาชำระ

ตั๋วสัญญาใช้เงินเกี่ยวข้องกับการนำเข้า–ส่งออกอย่างไร

ในการค้าระหว่างประเทศ ผู้ซื้อและผู้ขายอาจอยู่คนละประเทศ มีระยะเวลาขนส่งสินค้า และต้องบริหารเครดิตทางการค้า ดังนั้น การกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินจึงมีความสำคัญ

ตั๋วสัญญาใช้เงินอาจเกี่ยวข้องกับธุรกรรมในลักษณะต่าง ๆ เช่น

อย่างไรก็ตาม ในการค้าระหว่างประเทศมักมีการใช้เครื่องมือและเอกสารทางการเงินหลายประเภท เช่น Letter of Credit หรือ L/C, ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange) และเอกสารประกอบการขนส่ง

ผู้ปฏิบัติงานจึงไม่ควรสับสนระหว่างตั๋วสัญญาใช้เงินกับตั๋วแลกเงิน เพราะทั้งสองมีหลักการและบทบาทที่แตกต่างกัน

ตั๋วสัญญาใช้เงินต่างจากเช็คและตั๋วแลกเงินอย่างไร

ประเด็นตั๋วสัญญาใช้เงินเช็คตั๋วแลกเงิน
ลักษณะคำมั่นว่าจะชำระเงินคำสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินคำสั่งให้บุคคลหนึ่งจ่ายเงิน
ผู้มีหน้าที่ชำระผู้ออกตั๋วธนาคารตามคำสั่งของผู้สั่งจ่ายผู้ถูกสั่งจ่าย
การใช้งานการรับรองภาระชำระเงินการชำระเงินผ่านธนาคารการค้าและธุรกรรมทางการเงิน

ความแตกต่างที่ควรจำคือ

ตั๋วสัญญาใช้เงิน = ผู้ออกตั๋ว “สัญญาว่าจะจ่าย”
เช็ค = ผู้สั่งจ่าย “สั่งธนาคารให้จ่าย”
ตั๋วแลกเงิน = ผู้สั่งจ่าย “สั่งผู้ถูกสั่งจ่ายให้จ่าย”

ข้อดีของตั๋วสัญญาใช้เงิน

ตั๋วสัญญาใช้เงินมีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่

  • ช่วยกำหนดภาระการชำระเงินให้ชัดเจน
  • ระบุจำนวนเงินและกำหนดเวลาชำระได้
  • ใช้เป็นหลักฐานประกอบธุรกรรม
  • ช่วยสนับสนุนการซื้อขายแบบให้เครดิต
  • อาจนำไปใช้ในธุรกรรมทางการเงินตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวัง

ก่อนออกหรือรับตั๋วสัญญาใช้เงิน ควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้

  • ชื่อผู้ออกตั๋วและผู้รับเงินถูกต้องหรือไม่
  • จำนวนเงินตรงกับข้อตกลงหรือไม่
  • กำหนดชำระเงินชัดเจนหรือไม่
  • ผู้ลงนามมีอำนาจลงนามหรือไม่
  • มีเงื่อนไขเกี่ยวกับดอกเบี้ยหรือค่าปรับหรือไม่
  • มีข้อกำหนดด้านอากรแสตมป์หรือกฎหมายที่ต้องดำเนินการหรือไม่
  • มีการเก็บรักษาเอกสารต้นฉบับอย่างเหมาะสมหรือไม่

เนื่องจากตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาระทางการเงินและกฎหมาย จึงไม่ควรลงนามโดยยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด

คำถามที่พบบ่อย

ตั๋วสัญญาใช้เงิน คือ P/N ใช่หรือไม่

ใช่ ตั๋วสัญญาใช้เงินภาษาอังกฤษเรียกว่า Promissory Note และมักใช้ตัวย่อว่า P/N

ตั๋วสัญญาใช้เงินใช้แทนเช็คได้หรือไม่

ไม่เหมือนกัน ตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นคำมั่นว่าจะชำระเงิน ส่วนเช็คเป็นคำสั่งให้ธนาคารชำระเงิน

ตั๋วสัญญาใช้เงินใช้ในการนำเข้า–ส่งออกได้หรือไม่

อาจเกี่ยวข้องกับการให้เครดิตทางการค้า การบริหารเงินทุน หรือธุรกรรมทางการเงิน แต่รูปแบบการใช้ขึ้นอยู่กับข้อตกลง คู่ค้า และเงื่อนไขของสถาบันการเงิน

ใครควรตรวจสอบตั๋วสัญญาใช้เงิน

ผู้เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี ฝ่ายกฎหมาย และผู้มีอำนาจลงนามควรตรวจสอบรายละเอียดตามบทบาทของตน

สรุป

ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ Promissory Note (P/N) คือ ตราสารที่ผู้ออกตั๋วให้คำมั่นว่าจะชำระเงินแก่ผู้รับเงินตามจำนวนและกำหนดเวลาที่ระบุไว้

สำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านนำเข้า–ส่งออก การเข้าใจตั๋วสัญญาใช้เงินช่วยให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเครื่องมือทางการเงินแต่ละประเภท และเข้าใจแนวทางการบริหารเครดิตและการชำระเงินในธุรกิจได้ดีขึ้น

ก่อนใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินในธุรกรรมจริง ควรตรวจสอบรายละเอียด เงื่อนไข และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงขอคำแนะนำจากสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญ หากเป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือมีความซับซ้อน

ดูเอกสารการเงินอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Scroll to Top