Options คืออะไร? ทำหน้าที่อะไรบ้าง สรุปสัญญาออปชันตัวช่วยบริหารความเสี่ยงผู้นำเข้า-ส่งออก
ในการทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อกำไรของธุรกิจโดยตรง แม้การใช้เครื่องมืออย่าง Forward Contract จะช่วยล็อกเรทได้ 100% แต่ก็ตัดโอกาสในการได้ประโยชน์หากเรทในอนาคตปรับตัวดีขึ้น

เครื่องมือทางการเงินอีกชิ้นหนึ่งที่เข้ามาตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นคือ Options (สัญญาออปชัน) ซึ่งให้ “สิทธิ” แก่ผู้ถือสัญญาในการซื้อหรือขายโดยไม่บังคับ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า Options คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง และนำไปใช้ประโยชน์ในธุรกิจได้อย่างไร
1. Options (สัญญาออปชัน) คืออะไร?
Options (สิทธิเลือก) คือ ตราสารอนุพันธ์ทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่ให้ “สิทธิ” (Right) แต่ “ไม่มีภาระผูกพัน” (No Obligation) แก่ผู้ซื้อสัญญา ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง (เช่น สกุลเงินต่างประเทศ, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์) ณ ราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า (Exercise Price / Strike Price) ภายในหรือ ณ วันที่กำหนดในอนาคต
โดยผู้ซื้อสัญญา Options ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เรียกว่า ค่าธรรมเนียมสิทธิ (Premium) ให้แก่ผู้ขายสัญญาเป็นการแลกเปลี่ยน
2. ประเภทของ Options และหน้าที่หลัก
สัญญา Options แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามทิศทางการใช้งาน:
- Call Option (สิทธิในการซื้อ): ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อสัญญาในการ “ซื้อ” สินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคา Strike Price ที่กำหนด
- หน้าที่: ใช้ป้องกันความเสี่ยงเมื่อคาดว่าราคาสินทรัพย์หรือค่าเงินจะ ปรับตัวสูงขึ้น (เช่น ผู้นำเข้ากลัวเงินบาทอ่อนค่า)
- Put Option (สิทธิในการขาย): ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อสัญญาในการ “ขาย” สินทรัพย์อ้างอิง ณ ราคา Strike Price ที่กำหนด
- หน้าที่: ใช้ป้องกันความเสี่ยงเมื่อคาดว่าราคาสินทรัพย์หรือค่าเงินจะ ปรับตัวลดลง (เช่น ผู้ส่งออกกลัวเงินบาทแข็งค่า)
3. หน้าที่และประโยชน์ของ Options สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก (FX Options)
1) ทำหน้าที่เป็น “ประกันภัยอัตราแลกเปลี่ยน” (Hedging with Flexibility)
Options ทำหน้าที่เหมือนการซื้อประกันภัย หากเกิดความเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยน (เช่น เงินบาทอ่อนค่ากระทบผู้นำเข้า) ผู้ถือสัญญา สามารถเลือก ใช้สิทธิ (Exercise) เพื่อใช้เรทที่ล็อกไว้ได้ แต่หากเรทในตลาดปรับตัวดีขึ้น ผู้ถือสัญญา สามารถเลือก ไม่ใช้สิทธิ (Abandon) แล้วไปแลกเงินในราคาตลาดจริงได้ทันที (ยอมเสียเฉพาะค่า Premium)
2) จำกัดขาดทุนสูงสุด แต่เปิดโอกาสรับกำไรไม่จำกัด
- ขาดทุนจำกัด (Limited Loss): ขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่า Premium ที่จ่ายไปตอนทำสัญญา
- กำไรไม่จำกัด (Unlimited Upside): หากราคาตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ ธุรกิจก็ยังสามารถโกยกำไรจากราคาตลาดได้เต็มที่
3) ช่วยในการวางแผนงบประมาณและกำหนดราคาสินค้า
ช่วยให้ผู้ประกอบการกำหนดต้นทุนขั้นสูง (Cap) หรือรายได้ขั้นต่ำ (Floor) เป็นเงินบาทได้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันทำสัญญา ทำให้ตั้งราคาสินค้าขายในตลาดได้อย่างแม่นยำ
4. ตารางเปรียบเทียบ Options vs Forward Contract
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Options (สัญญาออปชัน) | Forward Contract (สัญญาฟอร์เวิร์ด) |
| ภาระผูกพัน (Obligation) | ไม่มี (เลือกใช้สิทธิหรือปล่อยหมดอายุได้) | มี (ต้องส่งมอบเงินตามสัญญา 100%) |
| ค่าธรรมเนียมแรกเข้า | ต้องจ่ายค่า Premium ตั้งแต่วันทำสัญญา | โดยทั่วไป ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า |
| โอกาสทำกำไรเพิ่ม | ทำได้ หากราคาตลาดเคลื่อนไหวไปในทางที่ดี | ไม่ได้ ต้องใช้ราคาที่ล็อกไว้ตามสัญญาเท่านั้น |
| ความยืดหยุ่น | สูงมาก เหมาะกับดีลที่ไม่แน่นอนหรือผันผวนสูง | ปานกลาง เหมาะกับดีลที่มีกำหนดการแน่นอน |
สรุป: บริหารความเสี่ยงทางการค้าอย่างเหนือชั้นกับ Inter Trader Academy
การใช้ FX Options เป็นกลยุทธ์ทางการเงินขั้นสูงที่ช่วยให้ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น ป้องกันความเสี่ยงขาดทุน พร้อมเปิดโอกาสทำกำไรเพิ่มเมื่อสภาวะตลาดเป็นใจ
หากคุณต้องการเรียนรู้การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Forward, Options, FCD), การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ (L/C, T/T, D/P, D/A) และพิธีการศุลกากรอย่างมืออาชีพ Inter Trader Academy มีหลักสูตรอบรมการนำเข้า-ส่งออกที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาและส่งมอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง

