การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ผมเชื่อว่านี่เป็นเรื่องที่แม้แต่คนทำงานมานานแล้วก็ยังผิดพลาดได้ ไม่ต้องพูดถึงมือใหม่ที่ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ ผมก็เคยมีหลายครั้งที่คำนวณราคาขายให้ลูกค้าไปแล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าวเราขายขาดทุนนี่ ทีนี้เราจะป้องกันยังไงไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้บ้าง มาดูแนวทางกันครับ

1. รู้ให้แน่ชัดว่าต้นทุนเราคือเท่าไหร่

เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ทุกคนก็พลาดกัน ถ้าเราไม่รู้แน่ชัดว่าต้นทุนเราเป็นเท่าไหร่ เราจะรู้ัได้ยังไงว่าราคาขายควรเป็นเท่าไหร่ สำหรับต้นทุนที่เราต้องรู้คือ ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าแพ็กของ อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

2. ตั้งราคาเผื่อต่อรอง

หลายๆ ครั้งที่เรามักจะเจอการต่อรองจากลูกค้าแบบคาดไม่ถึง ที่คลาสสิคที่สุดคือ ลูกค้ามาโม้ว่าจะสั่งเยอะมากๆ ขอราคาดีๆ แต่พอเอาเข้าจริงสั่งนิดเดียว แล้วก็มาเนียนๆ ว่าจะเอาราคาเดียวกับที่ซื้อเยอะๆ ตอนแรก พอเราไม่ให้ ก็ว่าหาเราขายแพง ไม่ลดให้เค้า เค้าไปซื้อเจ้าอื่น นี่ไงครับที่ผมบอกว่าต้องเผื่อราคาไว้ด้วย

3. ทำบัญชีแยกออเดอร์ทุกครั้ง

ผมไม่แน่ใจว่าใครทำมั้ย แต่ผมทำนะครับ ผมทำไปว่าแต่ละออเดอร์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง สรุปแล้วเป็นเงินกำไรขาดทุนเท่าไหร่ ทำตาราง excel ง่ายๆ เลยครับ ทำแบบฟอร์มครั้งเดียว ใช้ได้ตลอด ไม่ต้องกลัวเสียเวลา

ผมว่าแค่ 3 เทคนิคนี้ก็ช่วยป้องกันไม่ให้เราขาดทุนได้เยอะแล้วนะครับ

ตราสารการเงิน

ค่าเงินบาทแข็งทำไงดี

เป็นอันที่รู้กันในตอนนี้ว่าค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากๆ เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ (เอาเงินดอลล์มาแลกเงินไทยได้น้อยลง) ซึ่งผลเสียนั้นจะทำให้เราค้าขายได้เงินน้อยลงเมื่อเราส่งออกสินค้า แต่ในทางกลับกัน ผู้นำเข้าก็ยิ้มเลย เพราะจะซื้อของได้ในราคาถูกลงอีกด้วย สำหรับเรื่องค่าเงินนี้ เป็นปัจจัยที่มีมานานแล้ว ซึ่งผู้เขียนถือว่าเป็นปัจจัยที่ไม่แปลกใหม่ และสามารถบริหารจัดการได้
ในฐานะของนักธุรกิจระหว่างประเทศ เราควรจะบริหารจัดการมัน มากกว่าการมานั่งพร่ำบ่นนะครับ และนี่คือสิ่งที่นักธุรกิจระหว่างประเทศที่ดีทำกัน มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1. ซื้อตราสารทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง

เนื่องจากเราเป็นนักธุรกิจ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรู้ว่าเราจะได้รับเงินเท่าไหร่ การป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ Forwards, Options นั้น จะช่วยให้เราคาดการณ์รายได้เราง่ายขึ้น

บางท่านอาจจะแย้งว่า การซื้อพวกนี้ เราต้องเสียค่าธรรมเนียม และหากค่าเงินอ่อนลง เราจะเสียโอกาสในการได้กำไรจากค่าเงินมากขึ้น ไม่ใช่หรือ

ในตลาดทางการเงินนั้น เราสามารถคาดเดาได้ว่าค่าเงินจะขึ้นหรือลง แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะขึ้นลงเท่าไหร่ และอาชีพหลักของเราคือการทำธุรกิจ กำไรจากธุรกิจน่าจะเป็นทางหลักมากกว่ากำไรจากการเก็งค่าเงิน จริงมั้ยครับ

เปิดบัญชีเงินฝาก

2. เปิดบัญชีเงินต่างประเทศไว้

นักธุรกิจบางราย ใช้วิธีทำธุรกิจข้ามชาติซะเลย คือเมื่อส่งออกไปเท่าไหร่ ก็ทำในประเทศเท่านั้น เงินที่ได้จากการส่งออกก็เก็บไว้ในรูปเงินดอลล์ รายได้ในประเทศ ก็เอามาจ่ายซัพพลายเออร์ในประเทศด้วยเงินบาทแทน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าค่าเงินจะขึ้นหรือลง

นำเข้า

3. นำเข้าสินค้ามาขาย

ในเมื่อการส่งออกมีปัญหานัก หลายๆ คนก็ใช้วิธีนำเข้ามาเองเลย หรือเน้นที่การนำเข้าแทนในช่วงที่ค่าเงินแข็ง ก็ถือเป็นทางออกที่ไม่เลวเลย

4. ไม่ทำอะไรเลย

สุดท้ายแล้วก็มีจะมีหลายๆ ท่านที่ไม่สนใจทำอะไรเลย เพราะไม่ว่าเงินดอลล์จะแลกได้กี่บาท ก็ต้องแลกอยู่ดี เพราะต้องการใช้เงินด่วนๆ อันนี้ก็แล้วแต่ธุรกิจของท่านเองว่าต้องการอะไรมากกว่ากัน

แต่หากคุณอยากรู้เรื่องส่งออกนำเข้ามากกว่านี้ ทำกำไร ตัดขาดทุน ให้ลองเข้าคอร์สเรียนส่งออกได้นะครับ

สนใจคอร์สเรียนนำเข้าส่งออก คลิกที่นี่

Similar Posts

  • การชำระเงินระหว่างประเทศ

    การชำระเงินระหว่างประเทศ    หนึ่งในกิจกรรมที่คนไทยหรือผู้ประกอบการชาวไทยยังสงสัยว่า หากเราได้ทำธุรกิจส่งออกนำเข้าแล้วนั้น เราจะรับชำระเงินจากลูกค้าช่องทางไหนบ้าง แล้วช่องทางไหนปลอดภัยที่สุด สะดวกที่สุด วันนี้เราจะดูเรื่องนี้กันครับ   

  • สินเชื่อเพื่อการนำเข้าส่งออก

    หากถามถึงการนำเข้าส่งออกในเชิงการเงิน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือสินเชื่อธุรกิจ เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของเราขยายตัวเป็นอย่างมาก ลองนึกภาพว่าหากมีลูกค้ามาสั่งของเรา แต่เราไม่มีเงินหมุนไปจัดหาหรือผลิตสินค้า เราได้แต่บอกว่าให้ลูกค้ารอเรามีเงินก่อน ค่อยมาสั่ง ลูกค้าอาจจะหนีไปแล้วก็ได้ ฉะนั้น สินเชื่อหรือเงินกู้สำหรับการนำเข้าส่งออก จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง

  • GDP คืออะไร สำคัญต่อเศรษฐกิจยังไง

    GDP คืออะไร หากเราเคยฟังข่าวจะได้ยินคำว่าเศรษฐกิจของประเทศเติบโตมากขึ้น หรือโตน้อยลง และก็คงได้ยินคำว่า GDP มาคู่กันกับข่าวเศรษฐกิจแบบนี้ เรารู้กันแน่ๆ แหละว่า GDP ต้องเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ความหมายจริงๆ ของคำว่า GDP ว่ามันคืออะไร แล้วมันสำคัญยังไงกับเศรษฐกิจของเรา วันนี้เรามาเข้าใจคำว่า GDP กันครับ แต่ก่อนจะเข้าใจคำว่า GDP ให้เราเข้าใจคำว่าเศรษฐกิจกันก่อนครับ

  • 12 อาชีพที่น่าสนใจในธุรกิจนำเข้าส่งออก

    12 อาชีพที่น่าสนใจในธุรกิจนำเข้าส่งออก สำหรับผู้สนใจเข้าสู่วงการนำเข้าส่งออกและอยากรู้ว่ามีอาชีพใดบ้างที่เหมาะกับการทำงานหรือทำธุรกิจด้านนี้ ลองมาดูรายละเอียดแต่ละอาชีพกันครับ ผู้จัดการฝ่ายโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ (International Logistics Manager) ดูแลการขนส่งสินค้า การบริหารซัพพลายเชน และการเลือกเส้นทางขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบการประสานงานกับบริษัทขนส่งและคู่ค้าในต่างประเทศ นักวิเคราะห์การตลาดระหว่างประเทศ (International Market Analyst) วิเคราะห์ข้อมูลตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ ค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และแนะนำกลยุทธ์เข้าสู่ตลาด เจ้าหน้าที่จัดการเอกสารนำเข้าส่งออก (Export-Import Documentation Officer) จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารสำคัญ เช่น ใบตราส่ง, ใบกำกับสินค้า, และเอกสารศุลกากร ตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนและการปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและศุลกากร (Customs and Tax Specialist) ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับภาษีนำเข้า-ส่งออกและพิธีการศุลกากร ติดตามระเบียบและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Development Executive) ขยายธุรกิจและสร้างพันธมิตรกับคู่ค้าต่างประเทศ รับผิดชอบการเจรจาและปิดดีลธุรกิจ นักการตลาดดิจิทัลสำหรับธุรกิจนำเข้าส่งออก (Digital Marketing Specialist for Import-Export) วางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Alibaba, Amazon สร้างแบรนด์และโปรโมตสินค้าในตลาดต่างประเทศ ที่ปรึกษาธุรกิจนำเข้าส่งออก…

  • |

    ขั้นตอนการวิเคราะห์ตลาดส่งออก

    ในการเลือกประเทศเป้าหมายเพื่อส่งออกสินค้านั้น ต้องพิจารณาในหลายๆ ปัจจัย โดยแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันในด้านของ สังคมและวัฒนธรรม ภาษา ประชากรศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ระบบกฎหมาย เศรษฐกิจ ข้อบังคับทางการค้า อัตราภาษี นโยบายทางการค้า อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการทำตลาดให้เข้ากับแต่ละประเทศ ขั้นตอนในการวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศมีดังนี้ 1.ศึกษาปัจจัยทางธุรกิจของประเทศนั้น ปัจจัยภายนอกของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากเราจะศึกษา ต้องมีแง่มุมในการวิเคราะห์ ซึ่งในเชิงบริหารธุรกิจมีหลายปัจจัย แต่โมเดลที่น่าสนใจและมีคนนิยมมาก คือ Five Force Model ซึ่งจะวิเคราะห์จาก 5 ปัจจัย ได้แก่ 1) สภาวะการแข่งขันในตลาดนั้นๆ 2) ความยากง่ายของการเข้าตลาด 3) สินค้าทดแทน 4) สินค้าต้นน้ำมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน และ 5) อำนาจต่อรองของลูกค้า หากวิเคราะห์ออกมาแล้วได้คะแนนไม่มาก ก็สามารถใช้ตลาดเหล่านั้นในการเลือกเพื่อเริ่มต้นได้เลย 2.วิเคราะห์ความต้องการของสินค้า หากคุณกำลังคิดว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าดี นั่นไม่ผิด แต่ถ้าหากคิดว่าสินค้าไทยเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก นั่นอาจจะคิดผิด โดยธรรมชาติของนักธุรกิจไทย มักจะเข้าข้างสินค้าตัวเองว่าดี เจ๋ง แต่พอลงตลาดกลับขายไม่ออก เนื่องจากไม่สามารถชูจุดเด่นหรือจุดขายได้ หรือหากรู้จุดดังกล่าว กลับกลายเป็นว่าลูกค้าไม่ซื้อเพราะไม่ได้ต้องการสินค้าของเรา…

Leave a Reply