การประกันภัยการขนส่งระหว่างประเทศ

การประกันภัยการขนส่งระหว่างประเทศ

ในการขนส่งระหว่างประเทศ มีหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางรถ ทางเรือ และทางเครื่องบิน ซึ่งแต่ละช่องทางจะมีลักษณะเฉพาะต่างกัน ซึ่งผู้นำเข้าส่งออกควรศึกษารายละเอียดให้ถ่องแท้เพื่อใช้ความคุ้มครองประกันภัยได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย

การประกันภัยทางเรือ

ในการขนส่งทางเรือ มีการกำหนดความคุ้มครองและจุดส่งมอบไว้ชัดเจนว่าผู้ส่งออกจะหมดภาระความเสี่ยง ณ จุดส่งมอบต้นทาง นั่นหมายความว่า หลังจากสินค้าถูกวางบนเรือแล้ว จะเป็นภาระความรับผิดชอบของผู้นำเข้าในทันที ไม่ว่าผู้นำเข้าจะซื้อประกันภัยเอง หรือผู้ส่งออกซื้อให้ก็ตาม

ฉะนั้นเมื่อเราสังเกตดีๆ ในเอกสารการประกันภัยทางเรือแทบทุกฉบับ จะระบุผู้รับผิดชอบสินค้า หรือบริษัทผู้รับเคลมค่าสินไหมเป็นตัวแทนบริษัทประกันที่ประเทศปลายทางเสมอ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้นำเข้าส่งออกจำนวนมากไม่รู้สิทธิต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดข้อครหาหรือข้อพิพาทได้ ผู้นำเข้าส่งออกที่เข้าใจสิทธินี้อย่างถูกต้อง ควรอธิบายหรือแจ้งให้คู่ค้าทราบแต่เนิ่นๆ ก่อนทำการซื้อขายสินค้ากัน

 

การประกันภัยทางอากาศ

เป็นการรับประกันการขนส่งสินค้าผ่านพาหนะเครื่องบิน ซึ่งระยะเวลาในการเดินทางของสินค้านั้น เร็วและสั้นกว่าการเดินทางเรือมาก ดังนั้นเราจะเห็นบ่อยๆ ว่าการประกันภัยทางอากาศจะมีค่าเบี้ยประกันภัยถูกกว่าการประกันภัยทางเรือนั่นเอง

 

ปัจจัยในการคิดค่าเบี้ยประกันภัย

ในการซื้อประกันภัยนั้น บริษัทประกันภัยจะคิดค่าเบี้ยประกันแตกต่างกัน โดยมีปัจจัยที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกหรือแพงดังนี้

  1. ประเภทสินค้า หากมีการสูญเสีย หรือเน่าเสียง่าย ประกันภัยมักจะคิดแพงกว่าเสมอ
  2. ช่องทางการขนส่ง อย่างที่เปรียบเทียบการเดินเรือกับเครื่องบิน การเดินเรือมีความเสี่ยงมากกว่าเนื่องจากใช้ระยะเวลานานกว่า ดังนั้นค่าเบี้ยประกันภัยทางเรือก็แพงกว่า
  3. เส้นทาง ในบางเส้นทางมีความเสี่ยงด้านการเดินทาง เช่น โจรสลัด โขดหิน อากาศแปรปรวน ปัจจัยเหล่านี้ถูกนำมาคำนวณ

 

ระดับความคุ้มครองประกันภัย

ในการซื้อประกันภัยนั้น ผู้รับประกันมักจะมีระดับความคุ้มครองให้แก่ผู้ทำประกัน โดยแตกต่างกันตามช่องทางการเดินเรือ และสาเหตุของการเกิดการเสียหายด้วย โดยจะแบ่งระดับชั้นโดยใช้คำว่า Clause แบ่งเป็น Clause A, Clause B, Clause C

Clause A เทียบได้กับประกันชั้น 1 ความคุ้มครองครอบคลุมแทบทุกอย่าง เช่น การถูกปล้น หรือการที่สินค้าเปียกน้ำฝน

Clause B เทียบได้กับประกันชั้น 2 ความคุ้มครองครอบคลุม เกี่ยวกับความเสียหายทางทะเลเป็นหลัก ผู้ขนส่งทางเรือนิยมเลือกประเภทนี้

Clause C เทียบได้กับประกันชั้น 3 ความคุ้มครองจำกัด แต่จำเป็น เช่น อัคคีภัย ยานพาหนะตกราง ฯลฯ จะเกี่ยวข้องกับแทบทุกยานพาหนะ

 

ขั้นตอนการซื้อประกันภัยทางทะเลและทางอากาศ

เราสามารถซื้อประกันภัยได้ทั้งผ่านทางบริษัทประกันภัย หรือ ตัวแทนจำหน่ายประกันภัยนั่นเอง

เมื่อเราต้องการจะซื้อประกัน เราสามารถส่งข้อมูลเอกสารการส่งออก หรือนำเข้า เช่น Bill of Lading, Invoice, Packing List ไปที่บริษัทประกันภัย เพื่อให้ผู้ให้บริการกำหนดราคาและแจ้งกลับมา เมื่อเราตอบรับแล้ว ความคุ้มครองก็เริ่มขึ้นทันที

โดยหลังจากซื้อประกันภัยแล้ว เราจะได้รับเอกสารที่เรียกว่ากรมธรรม์ประกันภัย ที่เราสามารถนำไปไล่เบี้ยในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันได้

 

สนใจเรียนนำเข้าส่งออก อ่านที่นี่

Similar Posts

  • การค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร

    ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร อีกสิ่งที่เราต้องรู้ในการนำเข้าส่งออกสินค้าคือ พิกัดอัตราศุลกากร หรือ Harmonized System Code (H.S. Code) เรียกย่อๆ ว่า HS Code ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากในการนำเข้าส่งออกให้ถูกต้องตามพิธีการศุลกากร รวมถึงเป็นประโยชน์ในการหาข้อมูลนำเข้าส่งออกอีกด้วย HS Code คืออะไร ขึ้นชื่อว่าสินค้าที่ค้าขายกันทั่วโลกนั้น มีเป็นล้านๆ รายการ และหากสินค้าทั้งหลายเหล่านั้น ถูกนำเข้ามา คงต้องเหนื่อยศุลกากรในการหาว่าสินค้าตัวไหน ต้องคิดภาษีนำเข้าเท่าไหร่ ยังไม่นับว่าส่งออกมาจากประเทศไหนด้วย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization – WCO) จึงได้หาแนวทางในการจัดหมวดหมู่สินค้าทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่มีการค้าขายกัน และใส่รหัสสินค้าให้กับสินค้าเหล่านั้น โดยใช้ชื่อว่า Harmonized System Code เรียกย่อว่า HS Code สินค้านำเข้าส่งออกจัดหมวดหมู่อย่างไร ในการจัดการสินค้าเหล่านั้น ได้มีการแบ่งหมวดหมู่กัน โดยอาศัยหลักการของลักษณะภายนอกของสินค้า ทางกายภาพ วัสดุ ส่วนประกอบ การใช้งาน มาเป็นตัวแบ่งหมวดหมู่ ยกตัวอย่างเช่น มะพร้าว หากมาทั้งเปลือกทั้งลูก จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ผลไม้ แต่หากนำไปสกัดเป็นน้ำมันมะพร้าว จะถูกจัดกลุ่มในหมวดน้ำมันพืช…

  • รู้จักกรมศุลกากร

    กรมศุลกากร สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการนำเข้าส่งออก หรือผู้สนใจนำเข้าส่งออก น่าจะเคยได้ยินหน่วยงานที่ชื่อว่า ศุลกากร ซึ่งในไทยมีสถานะเป็นกรม ชื่อว่า กรมศุลกากร กันแล้ว แล้วกรมศุลกากรนี้เป็นใคร ทำหน้าที่อะไร เกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออกอย่างไร เรามาเจาะลึกกันในบทความนี้ครับ

  • ช่องทางการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

    ช่องทางการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ สำหรับมือใหม่ที่ยังสงสัยหรือไม่แน่ใจว่า การส่งสินค้าจากไทยไปยังต่างประเทศนั้น มีช่องทางไหนบ้าง วันนี้เรามาอ่านบทความนี้เพื่อเข้าใจช่องทางทั้งหมดกันครับ

  • วิธีการหาชิปปิ้ง

    วิธีการหาชิปปิ้ง หลายท่านคงเคยเจอปัญหาในการเลือกชิปปิ้ง หรือตัวแทนออกของกรมศุลกากร ซึ่งผมเองก็เคยเจอปัญหาไม่ต่างกัน และผมเชื่อว่าปัญหาของผมก็ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ด้วย ต่างคนต่างเจอปัญหามากมาย ปัญหาที่เรามักจะเจอบ่อยๆ เช่น จองเรือไม่ได้ พื้นที่ไม่พอ ตู้คอนเทนเนอร์ขาด ค่าเฟรทที่แพงเกินจริง จะส่งของไป แต่ไม่ผ่านด่าน ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สารพัดปัญหา บางคนแก้ปัญหาด้วยการ ทำชิปปิ้งเองเลย จะได้ไม่ต้องโดนฟันหัวแบะ แบบนี้ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ที่ส่งออกเป็นประจำ ทำได้เลยครับ ผมก็แนะนำให้ทำด้วย

  • รู้จัก Harmonized System Code (H.S. Code): หัวใจสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ

    HS Code คืออะไร บทนำ เมื่อพูดถึงการนำเข้าส่งออกสินค้า “H.S. Code” หรือ Harmonized System Code เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนจำเป็นต้องรู้ เพราะเป็นรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าในการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บภาษี การขอใบอนุญาต การขอคืนภาษี การใช้สิทธิ FTA หรือแม้แต่การส่งของผ่านศุลกากร รหัส H.S. Code ล้วนมีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น ดังนั้นหากคุณกำลังทำธุรกิจนำเข้าส่งออก หรือคิดจะเริ่มต้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจ H.S. Code อย่างละเอียด เพื่อให้คุณพร้อมใช้งานได้อย่างมืออาชีพ H.S. Code คืออะไร? H.S. Code (Harmonized System Code) คือ รหัสสินค้ามาตรฐานสากลที่พัฒนาโดย องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization – WCO) ใช้สำหรับจัดหมวดหมู่และระบุลักษณะของสินค้าอย่างเป็นระบบในการค้าระหว่างประเทศ โดย H.S. Code ใช้กันมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมสินค้ามากกว่า 98%…

Leave a Reply