4 ประเทศน่าสนใจ ถ้าเราจะเริ่มทำธุรกิจส่งออก

ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันนี้ เกิดการชะลอตัวพอสมควร ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ส่งออกเกิดอาการฝืดเคือง ส่งออกหาลูกค้ายาก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจส่งออกไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะลูกค้าเรามีอยู่ 200 ประเทศทั่วโลก หากประเทศที่เราเคยส่งออกอยู่แล้วไม่ดี ก็ไปหาประเทศอื่นๆ ทำตลาดต่อไปได้

ทีนี้เราต้องรู้ว่าประเทศไหนน่าสนใจบ้าง ในนาทีนี้ ผมขอลิสต์มาให้ดู 4 ประเทศที่น่าใจนะครับ

ส่งออกจีน

ก่อนหน้านี้ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนเยอะมาก (ทั่วโลกก็นำเข้าจากจีนเยอะเช่นกัน) แต่ตอนนี้จีนเริ่มหันมามองเศรษฐกิจในประเทศตัวเอง อยากให้มีการซื้อขายกันเอง จึงทำให้มีการนำเข้าสินค้าไปในจีนเยอะขึ้นเรื่อย

ประชากรของจีนก็รวยขึ้นเรื่อยๆ จากการผลิตและส่งออกไปทั่วโลก ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อยากซื้อสินค้านำเข้ามากขึ้น เพราะคิดว่าเป็นของคุณภาพดีกว่าในประเทศ และแน่นอนว่าสินค้าไทยก็เป็นหนึงในสินค้ายอดฮิตของจีนด้วย

สินค้าที่น่าสนใจในการส่งออกไปจีน ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สกินแคร์ จิวเวลรี่ เครื่องประดับ สินค้าพวกนี้คนจีนชอบมาก เพราะได้รับการบอกต่อๆ กันมาจากตอนที่มาเที่ยวเมืองไทย บวกกับความนิยมสินค้าความงามของไทยในจีน ทำให้สินค้าเหล่านี้มีโอกาสอย่างมากครับ

ส่งออกรัสเซีย

ประเทศรัสเซียมีประชากร 144 ล้านคน มีรายได้ต่อหัวสูง มีความเป็นยุโรปพอสมควร แต่ก็ผสมเอเชียด้วย จึงมีความคุ้นเคยกับสินค้าจากเอเชียไม่แพ้กัน

รัสเซียมีความต้องการสินค้านำเข้าจากไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากรัสเซียอยู่ในเขตเมืองหนาว เพาะปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้น ต้องอาศัยการนำเข้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศจากเขตร้อนอย่างไทย

สินค้าที่น่าสนใจ ได้แก่ อาหาร และอาหารสำเร็จรูปทั้งหลาย เพราะเพาะปลูกไม่ค่อยขึ้น สินค้าพวกเครื่องสำอาง สปา เพราะคนรัสเซียรักสวยรักงาม แต่ไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

ส่งออกอินเดีย

อินเดีย มีประชากร 1,200 ล้านคน และคาดว่าจะแซงจีนในไม่ช้านี้ อินเดียเป็นประเทศที่ต้องการการลงทุนจากต่างประเทศมาก เพราะตอนนี้มีนโยบายปิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พูดง่ายๆ คือ ไม่ค่อยอยากนำเข้า แม้ตัวเองจะไม่ค่อยส่งออกก็ตาม เน้นการสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่านั่นเอง

หากคนไทยเราสนใจจะไปทำธุรกิจกับอินเดีย ก็อาจจะต้องเริ่มจากการหาผู้นำเข้าที่นั่นให้ได้ก่อน ส่วนสินค้าที่น่าสนใจก็จะเป็นพวกอาหารแปรรูป เครื่องประดับที่ทำในสไตล์อินเดีย และที่มาแรงสุดๆ คือ ผลิตภัณฑ์ประทินผิวนั่นเองครับ

ส่งออกเวียดนาม

ว่ากันว่าเวียดนามจะแซงไทยในอีกไม่ถึงสิบปีข้างหน้า อันนี้ดูเป็นความเป็นไปได้สูงมากครับ

เทียบกันระหว่างไทยกับเวียดนามก็เหมือนการวิ่งแข่งกันระหว่างคนสูงวัยที่วิ่งแข่งมานานแล้วอย่างไทย ออกตัวก่อน นำหน้าไปก่อน แต่ตอนนี้เด็กวัยรุ่นอย่างเวียดนามที่ออกตัวมาทีหลังกำลังวิ่งตามอย่างรวดเร็ว และคิดว่าจะแซงไทยให้ได้นั่นเอง

เวียดนามมีประชากร 97 ล้านคน และน่าจะแตะหลักร้อยล้านคนในไม่ช้า คนเวียดนามขยันมาก แม้ประเทศจะเป็นสังคมนิยม แต่เศรษฐกิจเสรีนิยมสุดๆ ครับ หนุนให้คนเวียดนามทำมาหากินได้อย่างมากมายมหาศาล มีการสนับสนุนส่งเสริมจากภาครัฐ เปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับสินค้าส่งออกเวียดนามไปได้อีกเยอะมาก

ตอนนี้คนเวียดนามมีเงินเยอะขึ้นเรื่อยๆ กำลังซื้อสูง ราคาที่ดินก็สูง กำลังฮอตสุดๆ ครับ ถ้าเราอยากไปเกาะจังหวะขาขึ้นกับเค้า ก็ให้ไปเวลานี้เลยครับ

การไปทำธุรกิจที่เวียดนาม ไปได้ทั้งค้าขายและลงทุนนะครับ สินค้าที่น่าสนใจจะไม่ต่างจากจีนเท่าไหร่ครับ อ่านเพิ่มเติม >> ส่งออกเวียดนาม

และนี่ก็คือ 4 ประเทศเป้าหมายที่น่าสนใจมากๆ นะครับ

หากใครอยากส่งออกเป็นไวๆ หรืออยากขยายธุรกิจไปต่างแดน แต่ยังไม่มีพื้นฐาน ประสบการณ์ ก็สามารถมาเรียนกับเราได้ครับ

คลิกที่นี่เพื่อดูคอร์สเรียนนำเข้าส่งออก

Similar Posts

  • ตลาดส่งออกจีน – โอกาสที่น่าสนใจสำหรับสินค้าไทยในปี 2025

    ส่งออกจีน, จีนในปี 2025 จีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของไทย ทั้งในด้านมูลค่าการค้า ความหลากหลายของสินค้า และโอกาสในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 นี้ แม้เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวบางส่วนจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ แต่ก็ยังคงเป็น “ตลาดที่น่าจับตามอง” โดยเฉพาะสำหรับสินค้าไทยที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพสูง บทความนี้จะพาผู้ประกอบการไทยเจาะลึก แนวโน้มตลาดส่งออกจีนในปี 2025, กลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโตสูง และกลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดจีนยุคใหม่ 1. จีนในปี 2025: ชะลอตัวแต่ยังยิ่งใหญ่ ในปี 2025 จีนยังคงเป็น ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ทั้งในแง่การส่งออกและการนำเข้า แม้จะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะชะลอตัวภาคอสังหาริมทรัพย์ การลดการบริโภคภายในประเทศ และนโยบาย Zero-COVID ที่เพิ่งสิ้นสุดไปไม่นาน แต่รัฐบาลจีนได้เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ทั้งหมดนี้คือ “สัญญาณบวก” สำหรับผู้ส่งออกไทยที่รู้จักปรับตัว 2. สินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดจีน 2025 2.1 อาหารและเครื่องดื่ม อาหารไทยยังคงครองใจชาวจีน ทั้งในกลุ่มของนักท่องเที่ยวที่เคยมาเที่ยวเมืองไทย และกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบอาหารเอเชีย การที่ไทยมีระบบรับรองคุณภาพและภาพลักษณ์ที่ดีในด้านอาหารปลอดภัย ถือเป็นแต้มต่อในการเจาะตลาดจีน 2.2 สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ…

  • AEC 2020 สรุปความเป็นไปของประเทศอาเซียนในปีนี้

    AEC 2020 แต่ละประเทศเค้าทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว เราเข้าสู่การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างประเทศในอาเซียน หรือ AEC ตั้งแต่ปี 2558 หรือเปิดมาได้ 5 ปี แล้ว สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเรา รวมถึงธุรกิจของคนไทยเราด้วย และยังไม่นับว่ามีการกระทบจาก โควิด 19 เข้ามาทำให้เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เราจะมาดูสถานการณ์ของแต่ละประเทศกันว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

  • ภาพรวมตลาดส่งออกจีน – โอกาสและความท้าทายสำหรับสินค้าไทย

    ส่งออกจีน, ส่งสินค้าไปจีน, จีนถือเป็นหนึ่งใน “ตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด” ของไทยอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก จำนวนประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และความต้องการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลาดจีนจึงยังคงเป็นโอกาสสำคัญของผู้ส่งออกไทยในหลายหมวดสินค้า แม้ว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและปัญหาภายในประเทศจีน เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวหรือกำลังซื้อบางกลุ่มลดลง จะส่งผลกระทบต่อการค้าบ้าง แต่ภาพรวมยังชี้ว่า “ตลาดจีนยังมีพลังมหาศาล” และเหมาะกับสินค้าไทยที่มีจุดแข็งด้านรสชาติ ความเป็นธรรมชาติ คุณภาพ และความเป็นมิตรต่อสุขภาพ บทความนี้จะสรุปภาพรวมตลาดส่งออกจีน ครอบคลุมแนวโน้มล่าสุด พฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าที่มีศักยภาพ และกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้ 1. ทำไม “จีน” ยังเป็นตลาดเป้าหมายหลักของไทย 2. พฤติกรรมผู้บริโภคจีนยุคใหม่ (ปี 2025) 3. สินค้าไทยที่มีศักยภาพในตลาดจีน 3.1 กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 3.2 กลุ่มสุขภาพและสมุนไพร 3.3 กลุ่มเครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัว 3.4 วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน 3.5 ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร 4. ช่องทางการขายยอดนิยมในจีน 4.1…

  • ตลาดอาหารไทยในประเทศอินโดนีเซีย: โอกาสและความท้าทาย

    ตลาดอาหารไทย ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลกด้านอาหารไทยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และมีวัตถุดิบคุณภาพสูง อาหารไทยได้รับความนิยมในหลายประเทศ รวมถึงอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 270 ล้านคน ด้วยลักษณะของอาหารไทยที่มีรสชาติคล้ายคลึงกับอาหารอินโดนีเซีย ทำให้อาหารไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดนี้ได้อย่างรวดเร็ว ภาพรวมตลาดอาหารไทยในอินโดนีเซีย อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากและมีความต้องการอาหารที่หลากหลาย ทำให้ตลาดอาหารในประเทศนี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง อาหารไทยได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ เช่น จาการ์ตา สุราบายา และบาหลี ปัจจุบันอาหารไทยที่มีจำหน่ายในอินโดนีเซียแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่: ร้านอาหารไทย – เปิดให้บริการทั้งแบบร้านอาหารหรูและร้านอาหารขนาดกลาง โดยมีเมนูยอดนิยมเช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงเขียวหวาน ผลิตภัณฑ์อาหารไทยแปรรูป – อาหารไทยสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และวัตถุดิบอาหารไทย เช่น ซอสปรุงรส เครื่องแกง และข้าวหอมมะลิ ปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของตลาดอาหารไทยในอินโดนีเซีย ความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมอาหาร อาหารไทยและอาหารอินโดนีเซียมีรสชาติที่ใกล้เคียงกัน เน้นเครื่องเทศและสมุนไพร ทำให้ผู้บริโภคอินโดนีเซียคุ้นเคยกับรสชาติของอาหารไทย การท่องเที่ยวและกระแสความนิยมอาหารไทย นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียที่เดินทางมาเที่ยวไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความต้องการบริโภคอาหารไทยมากขึ้นหลังจากกลับประเทศ การขยายตัวของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารไทย ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เช่น Carrefour และ Hypermart นำเข้าสินค้าอาหารไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทยจำนวนมากเปิดให้บริการในเมืองใหญ่ การสนับสนุนจากรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยมีโครงการส่งเสริมการส่งออกอาหารไทยผ่านโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก”…

Leave a Reply